หนุ่มโดนเพื่อนรัก หลอกขนยาบ้าเกือบล้านเม็ด แต่ไม่โกรธ เคยช่วยกันยามยาก โผกอดกันร้องไห้ ตร.เอาผิดข้อหาหนักทั้งคู่
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มิ.ย.2569 ที่ กก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภาค 2 พ.ต.อ.ณวัฒน์ ศุกลรัตน์ ผกก.ตชด. 24 พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.23 ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หน.ปชส.กองร้อย ตชด.237
ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดประกอบด้วยผู้ต้องหา 2 คนเป็นราษฎร หมู่ 5 บ้านผาสิงห์ ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี คือ นายชาติชาย หรือเข้ม อายุ 38 ปี และนายปรีดี หรือดี อายุ 36 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 796,000 เม็ด รถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 5 กต 7131 กทม. โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ป่าสวนยาง บ้านทับกุง ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 7 มิ.ย.69
พ.ต.อ.คณิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาตำรวจได้จับกุมนายเทวัญ ภิญโย ผู้รับจ้างลำเลียงขนยาเสพติดจากจังหวัดตะเข็บชายแดน 2.8 ล้านเม็ด ที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ซึ่งผู้ต้องหาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้รับจ้างลำเลียงขนยาเสพติด จากจังหวัดชายแดนเข้าสู่ภาคอีสานและภาคกลาง
โดยมีนายชาติชาย หรือเข้ม อยู่ในรายชื่อเครือข่ายผู้ลำเลียงยาเสพติด ตำรวจชุด ปราบปรามยาเสพติด ตชด.24 จึงได้จับตามอง เฝ้าดูพฤติกรรมนายเข้ม กระทั่งได้รับรายงานจาก จ.นครพนม พบการเคลื่อนไหว ส่วนทางนายเข้มก็พบการเคลื่อนไหวเช่นกัน
กระทั่งได้รับรายงานว่า กลุ่มผู้รับจ้างลำเลียงขนยาเสพติด ได้ขนยาบ้าจาก จ.นครพนม มุ่งหน้ามา จ.อุดรธานี แต่รถเป้าหมายได้หลุดจากการติดตามไปได้ ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หน.ปชส.กองร้อย ตชด.237 ได้สั่งการให้ ร.ต.อ.จีระศักดิ์ คำวะเนตร รอง หน.ปชส.นำกำลังสะกดรอยตามนายเข้ม
ซึ่งกลางดึกวันที่ 7 มิ.ย.พบนายเข้มและนายดี ได้ขับรถเก๋งซูซูกิ สวิฟ สีบรอนซ์ดำ ทะเบียน 5 กต 7131 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านผาสิงห์ มุ่งหน้าไปเข้าตัวเมืองอุดรธานี แล้วขับรถกลับมาบ้านผาสิงห์ มุ่งหน้าไปป่าสวนยางนายเข้ม
ต่อมาเวลา 03.00 น. ตำรวจจึงได้ใช้รถปิดเส้นทางสกัดจับรถเก๋งซูซูกิ สวิฟ พบนายดีเป็นคนขับ ในรถไม่พบยาเสพติด ซึ่งนายดีให้การรับสารภาพว่า นายเข้มขนยาบ้าลงจากรถไปไว้ที่กระท่อมสวนยาง บ้านทับกุง ต.ทับกุง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่งมีเขตติดต่อกันกับบ้านผาสิงห์ ตำรวจจึงคุมตัวนายดีพาไปกระท่อมในสวนยาง ซึ่งเป็นภูเขา พบยาบ้า 398 มัด หรือ 796,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในซอกหิน
ส่วนนายเข้ม ไหวตัวทันได้หลบหนีขึ้นไปบนภูเขาพานน้อย ตำรวจจึงได้เดินทางไปพบแม่นายเข้ม และให้แม่โทรเกลี้ยกล่อมให้นายเข้มลงมามอบตัวกับตำรวจ เพราะถ้าหลบหนีจะออกหมายจับ ซึ่งนายเข้มรับปากจะลงมามอบตัว ตำรวจให้เวลา 20 นาที เกินจากนี้ไปจะไม่รอ
ไม่นานนายเข้มก็เดินลงมามอบตัวกับ ร.ต.อ.จีระศักดิ์ พร้อมกับร้องไห้ จากนั้นตำรวจได้ควบคุมตัว นายเข้มกับนายดี พร้อมของกลางยาบ้า มาสอบสวนที่ กก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี
นายชาติชาย หรือเข้ม ให้การรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพตั้งนั่งร้าน ได้รับจ้างขนยาบ้าจริง โดยก่อนหน้านี้เคยติดคุกข้อหา “พยายามฆ่า” หลังพ้นโทษมาก็ได้แต่งงาน มีลูกอายุ 5 ขวบ ขณะที่อยู่ในเรือนจำ ก็ได้รู้จักเครือข่ายขนยาเสพติด
ตนจึงเข้าไปในเครือข่ายนี้ โดยมีนายทุนชาวลาวชื่อเอส เป็นคนว่าจ้าง คืนวันที่ 7 มิ.ย. 69 นายทุนให้ตนไปรับยาบ้าที่ริมถนนบ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี นำมาเก็บไว้ที่กระท่อมสวนยางของตน เพื่อรอคำสั่งจากนายทุนชาวลาวให้นำยาบ้าไปส่งลูกค้าตามจุดต่างๆ ภายในเขต จ.อุดรธานี
โดยจะได้ค่าจ้าง 20,000 บาท ตนตั้งใจว่าจะแบ่งเงินค่าจ้างให้นายดี 10,000 บาท แต่ก็มาโดนจับ ตนทำมาหลายครั้งแล้ว เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ซื้อนมให้ลูก ก็มาถูกตำรวจจับ เสียใจที่พาเพื่อนมาติดคุกด้วย ซึ่งพวกตนไม่เสพยาบ้า
ส่วนนายปรีดี หรือดี เพื่อนกับนายเข้ม กล่าวว่า ไม่เคยรู้เรื่องว่านายเข้มรับจ้างขนยาบ้ามาก่อน แต่นายเข้มชวนมาขับรถ ตนก็ขับให้เพื่อน พอมารู้ที่หลังเพื่อนมารับจ้างขนยาบ้า ตนเลยโดนจับไปด้วยแต่ก็ไม่โกรธเพื่อน เพราะนายเข้มเป็นเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ ขับรถเก๋งพาคนในครอบครัวที่เวลาไม่สบายไปโรงพยาบาลหาหมอมาตลอด ครั้งแรกที่นายเข้มชวนไปก็มาโดนจับ จากนั้นนายเข้มและนายดีต่างก็ร่ำไห้โผเข้ากอดกันด้วยความซึ้งใจเพื่อน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ในกลุ่มประชาชน และส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ก่อนดำเนินคดีต่อไป




