พ่อค้าผลไม้ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน แอปเปิลเต็มรถไม่ทันไปส่ง-เสี่ยงเน่า คนแห่ช่วยซื้อเกลี้ยง
เกิดเรื่องราวสุดประทับใจขึ้นที่มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน เมื่อพ่อค้าผลไม้วัย 44 ปี จากมณฑลส่านซี เกิดป่วยหนักระหว่างเดินทางไปขายแอปเปิล ทำให้แอปเปิลกว่า 4,000 กิโลกรัม ต้องตกค้างอยู่หน้าโรงพยาบาล
รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวเป็นเสาหลักของครอบครัว เขาขับรถบรรทุกแอปเปิลจากมณฑลส่านซีมายังเสียนเฟิง มณฑลหูเป่ย โดยหวังใช้ช่วงวันหยุดยาวสร้างรายได้เพิ่มให้ครอบครัวจากการขายผลไม้
อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางเขาเริ่มมีอาการผิดปกติ ทั้งแขนขวาอ่อนแรงและพูดไม่ชัด แม้อาการจะดีขึ้นชั่วคราว แต่ด้วยความเป็นห่วงสินค้าบนรถ เขาจึงฝืนเดินทางต่อไป
กระทั่งเดินทางถึงจุดหมาย อาการของเขาทรุดลง จึงรีบขับรถไปยังแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาล ก่อนแพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นภาวะหลอดเลือดสมองตีบ และต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน
แม้ทีมแพทย์จะสามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้สำเร็จ แต่เขายังไม่สามารถกลับไปดูแลสินค้าบนรถได้แอปเปิลกว่า 4,000 กิโลกรัมยังค้างอยู่ท่ามกลางอากาศที่ร้อน เสี่ยงต่อการเน่าเสีย
ต่อมา ภรรยาของเขารีบเดินทางจากมณฑลส่านซีมาดูแลสามีที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นทั้งสามีนอนป่วยอยู่บนเตียงและรถบรรทุกแอปเปิลจอดอยู่ด้านนอก เธอก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เพราะไม่คุ้นเคยกับพื้นที่และขับรถบรรทุกไม่ได้
เมื่อทราบเรื่องราวดังกล่าว บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจึงร่วมกันออกประกาศขอความช่วยเหลือ เชิญชวนประชาชนอุดหนุนแอปเปิลของครอบครัวนี้ในราคากิโลกรัมละ 5 หยวน หรือประมาณ 24 บาท
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ความช่วยเหลือหลั่งไหลเข้ามาจากทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ประชาชน ไรเดอร์ อินฟลูเอนเซอร์ ต่างพากันมาซื้อแอปเปิลเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเขา
บางคนซื้อเพียงไม่กี่กิโลกรัม บางคนซื้อยกลัง ขณะที่หลายคนช่วยแชร์ข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงอาสาช่วยขนย้าย ชั่งน้ำหนัก และดูแลจุดจำหน่ายแอปเปิลที่ถูกตั้งมาชั่วคราวหน้าโรงพยาบาล น้ำใจจากผู้คนค่อย ๆ ส่งต่อกันเป็นวงกว้าง จนกลายเป็นพลังช่วยเหลือทั้งเมือง
ท้ายที่สุด แอปเปิลกว่า 4,000 กิโลกรัมถูกขายหมดภายในเวลาเพียง 19 ชั่วโมง สร้างรายได้ราว 40,000 หยวน หรือประมาณ 190,000 บาท ช่วยแบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้อย่างมาก
ด้านภรรยาของพ่อค้าผลไม้กล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า เธอไม่เพียงรู้สึกขอบคุณทีมแพทย์ที่ช่วยชีวิตสามีไว้ แต่ยังรู้สึกซาบซึ้งใจต่อชาวเมืองเสียนเฟิงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของครอบครัว
ขอบคุณที่มา bastillepost
เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

