ทวี สอดส่อง สับแหลก กกพ. กลางสภาถามลั่น “ยืนข้างประชาชน หรือ นายทุน?” แฉเอื้อก๊าซอ่าวไทยให้ปิโตรเคมี ทำคนไทยแบกค่าไฟแพง-เศรษฐีรวยอู้ฟู่

วันที่ 11 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้ลุกขึ้นอภิปรายอย่างดุเดือด

ในวาระรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ 2566 ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) โดยจี้ถามถึงจุดยืนขององค์กรอิสระแห่งนี้ว่าแท้จริงแล้วทำหน้าที่เพื่อปกป้องความทุกข์ร้อนของประชาชน หรือมีไว้เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนพลังงานกันแน่

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ชี้ให้เห็นว่า ความทุกข์สูงสุดของประชาชนในขณะนี้คือปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะ “ค่าไฟ” และค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานที่แพงหูฉี่ ในขณะที่เอกชนเจ้าของโรงไฟฟ้ากลับไม่เคยมีรายใดขาดทุน ซ้ำยังเติบโตร่ำรวยจนกลายเป็นเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศ

“ผมขอตั้งคำถามไปยังคณะกรรมการ กกพ. ว่า วันนี้ท่านยืนอยู่กับใคร? ยืนอยู่เพื่อรับใช้ประชาชน หรือยืนอยู่เพื่อรับใช้นายทุน?” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวกลางสภา

ประเด็นสำคัญที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นำมาตีแผ่ คือ การบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ซึ่งถือเป็นสมบัติที่มีค่าและต้นทุนต่ำ แต่ระบบกลับจัดสรรก๊าซราคาถูกนี้ไปประเคนให้อุตสาหกรรม “ปิโตรเคมี” ซึ่งเป็นกิจการของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลก ในขณะที่การผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อบิลค่าไฟของประชาชน กลับต้องไปพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูงกว่ามาก ส่งผลให้ค่า FT พุ่งสูงและผลักภาระทุกบาททุกสตางค์มาที่ประชาชน

“เอกสารรายงานของหน่วยราชการระบุชัดเจนว่า หากเราสามารถนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย กลับมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าแทนที่จะปล่อยให้ปิโตรเคมีเอาไปใช้ เราจะสามารถลดค่าไฟให้พี่น้องประชาชนได้ทันทีถึง 52 สตางค์ต่อหน่วย โดยที่ไม่ต้องไปเหนื่อยปรับโครงสร้างอะไรเลย” พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กล่าวย้ำ

นอกจากนี้ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ยังได้หยิบยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2566 ซึ่งระบุว่า รัฐต้องดูแลสาธารณูปโภคพื้นฐาน และต้องมีสัดส่วนการถือครองไม่น้อยกว่า 51%

แต่ความเป็นจริงในปัจจุบัน สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐ (กฟผ.) กลับลดลงเหลือเพียง 27.51% โดยปล่อยให้เอกชนถือครองสัดส่วนไปกว่า 72% ซ้ำร้าย กกพ. ยังคงเดินหน้าอนุมัติให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าและรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นเมกะวัตต์ ทั้งที่ปริมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศนั้นล้นระบบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นการสร้างภาระผูกพันที่ประชาชนต้องตามจ่าย

ในช่วงท้าย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้เรียกร้องให้ กกพ. และรัฐบาล เร่งปฏิรูปการจัดการพลังงานอย่างเร่งด่วน โดยต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด พร้อมทิ้งท้ายอย่างน่าคิดว่า หากระบบยังคงปล่อยให้มีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนเช่นนี้ต่อไป ประเทศนี้คนจะอดตายเพราะหนี้สิน ในขณะที่คนอีกกลุ่มจะรวยล้นฟ้าจากการขูดรีดประชาชน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน