สลด สาว 19 ปี จบชีวิต เหตุแฟนเก่าปล่อยภาพเปลือยว่อน บีบให้คืนดี ห้ามคุยคนอื่น เปิดแชตขู่เหยื่อ แจ้งตำรวจยังไม่หยุด ด้านเพจดังอาสาพาแม่แจ้งความดำเนินคดีถึงที่สุด
วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าว จ.อุบลราชธานี รายงานว่า เมื่อเวลา 22.58 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวจะกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำมูล ด้านฝั่ง อ.เมืองอุบลราชธานี จึงรีบจะเข้าช่วยเหลือ ทราบชื่อคือ น.ส.ปฐมพร อายุ 19 ปี
แต่ระหว่างหน่วยกู้ภัยจะเดินทางไปถึงเพียงเสี้ยววินาที น.ส.ปฐมพร ได้กระโดดลงจากสะพานจมน้ำหายไป ท่ามกลางสายตาเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามเข้าช่วยเหลือแต่ไม่ทันการณ์ หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำเรือออกตระเวนค้นหาร่างในแม่น้ำ แต่ไม่พบ
กระทั่งเวลา 11.50 น. วันที่ 15 มิ.ย. ร.ต.ท.หญิง กุลวรินทร์ ชุติสิริกุลศักดิ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยจีตัมเกาะว่า พบศพ น.ส.ปฐมพร ลอยอยู่ใกล้เคียงสะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์ ห่างจากสะพานที่กระโดดลงมาประมาณ 1 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจีตัมเกาะ มูลนิธิสว่างบูชาธรรมสถาน และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ได้นำเรือท้องแบนเข้ากู้ร่าง น.ส.ปฐมพร ขึ้นมาจากน้ำ ก่อนส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
สอบถาม น.ส.เอ (นามสมมติ) เพื่อนของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า น.ส.ปฐมพร ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและต้องทานยามาได้ระยะหนึ่งแล้ว หลังจากคบหากับนายอนุชาได้ไม่นาน ฝ่ายหญิงได้ขอเลิกรา แต่นายอนุชาไม่พอใจและได้ข่มขู่คุกคามด้วยการปล่อยภาพเปลือย ขณะที่ น.ส.ปฐมพรนอนหลับ ลงในโลกออนไลน์ และส่งต่อให้บุคคลอื่น เพื่อบีบบังคับให้กลับมาคบหาและห้ามติดต่อกับคนอื่น
น.ส.ปฐมพร ได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ฝ่ายชายยังคงไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม จนทำร้ายร่างกายตนเองและพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง
น.ส.ปฐมพร ไม่รู้จะไปปรึกษาหาทางออกจากใคร เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก ปัจจุบันแม่ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ต้องอยู่บ้านกับป้าที่เป็นคนเลี้ยงดูมา จึงไม่กล้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ป้าฟัง มีแต่เอามาปรึกษากับเพื่อนสนิท แต่ก็ยังหาทางออกไม่ได้ ก่อนเกิดเหตุสลดขึ้น
ด้านนายชาญวิทย์ ยอดสิงห์ เจ้าของเพจบ้านเฮียชาญ อุ้ยอุบล ซึ่งได้รับแจ้งเรื่องราวขอความช่วยเหลือเบื้องต้นจากเพื่อนผู้เสียชีวิต เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า วันที่เพื่อนผู้เสียชีวิตทักแชทมาหาและเล่าเรื่องให้ฟัง ขณะนั้นตนติดงานอยู่ต่างจังหวัด จึงยังไม่ทันได้เข้าช่วยเหลือ แต่ได้รับหลักฐานทั้งหมดไว้แล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานกับตำรวจเรื่องการดำเนินการทางกฎหมาย
นายชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า เมื่อน้องตัดสินใจจบชีวิต วันนี้ได้โทรพูดคุยกับคุณแม่ของน้องที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ และกำลังจะเดินทางกลับมาภายใน 2-3 วันนี้ ตนยินดีรับเป็นธุระที่จะเอาผิดกับนายอนุชาที่เป็นสาเหตุทำให้น้องต้องตัดสินใจดังกล่าว
นายชาญวิทย์ กล่าวอีกว่า ตนจะปรึกษากับทนายความว่า สามารถเอาผิดนายอนุชาที่ข่มขู่ผู้เสียชีวิตอย่างไรได้บ้าง เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิตที่แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ควรได้รับความยุติธรรม ขณะนี้รอให้แม่ของผู้เสียชีวิตเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย เพื่อให้เป็นเจ้าทุกข์เอาเรื่องกับฝ่ายชายให้ถึงที่สุด
นายชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันตนได้รับเหรียญพระมาจากหลวงปู่หนูอินทร์มาให้ผู้มีจิตศรัทธาได้บูชา สำหรับรายได้ทั้งหมดจะมอบให้ครอบครัวของน้องโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมฝากถึงนายอนุชาว่า หากรู้ตัวว่าทำผิด ให้ออกมารับผิดชอบและขอโทษ อย่าทำตัวเป็นคนหน้าตัวเมียที่เอาแต่ข่มขู่คนที่อ่อนแอกว่า


