‘วิสุทธิ์’ สส.ปชน. หนุนปฏิรูป พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ย้ำคุณภาพต้องมาก่อนราคา แนะเปิดข้อมูลโครงการให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ หวั่นซ้ำรอย AI Passport เวอร์ชันก่อสร้าง

วันที่ 21 มิ.ย. 2569 นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐปี 2560 เพื่อให้มีการพิจารณาข้อเสนอด้านคุณภาพมากกว่าเพียงราคาต่ำสุด เพื่อแก้ไขปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงาน

โดยระบุว่า ตนเห็นด้วยกับรัฐบาล เพราะการพัฒนาคุณภาพงานก่อสร้างภาครัฐ ไม่อาจพิจารณาเพียงราคาที่ต่ำสุดได้ ต้องพิจารณาเกณฑ์และคะแนนด้านคุณภาพควบคู่กันไปเพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพของงานก่อสร้างให้ดีที่ยิ่งขึ้น พร้อมทุ่มเทเพื่อพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ แทนการคิดเพียงแค่การลดต้นทุนเพียง

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องรอแก้กฎหมายที่อาจต้องใช้เวลานานหลายปี เพราะสามารถทำได้เลยด้วย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ฉบับปัจจุบัน ในมาตรา 65 ที่อนุญาตให้พิจารณาเกณฑ์อื่นในการประเมินได้ เช่น

1.ต้นทุนของพัสดุตลอดอายุการใช้งาน
2.มาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
3.บริการหลังการขาย
4.พัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน
5.การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ
6.ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น
7.เกณฑ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่แพร่หลายคือ ความกลัวของหน่วยงานที่จะนำมาตรานี้มาใช้ เพราะไม่ได้มีระเบียบหรือแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาเกณฑ์คุณภาพ

“เห็นด้วยที่รัฐบาลจะให้พิจารณาคุณภาพ และความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน แต่เราไม่จำเป็นต้องรอกฎหมายใหม่ ซึ่งทำให้เสียเวลาไปอีก และกฎหมายปัจจุบัน อนุญาตให้ทำได้ ที่ต้องเร่งทำ คือ ออกระเบียบ และแนวทางมารองรับการใช้ หน่วยงานต่างๆ จะได้ไม่กลัวว่าทำผิด”

นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องหามาตราเพื่อควบคุมการใช้เกณฑ์ด้านคุณภาพ เพื่อล็อกสเป็ก หรือกีดกันการแข่งขัน และกลายเป็น AI Passport เวอร์ชั่นคอนกรีต ซึ่งกรณี AI Passport ก็มีการใช้คะแนนด้านคุณภาพมาประกอบการตัดสินใจเช่นกัน แต่ปัญหาคือการกำหนดขอบข่ายงาน และคะแนนที่คล้ายกับว่าจะไปจำกัดผู้เข้าแข่งขันให้เหลือไม่กี่ราย

นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า หากเราไม่พัฒนาแนวทางที่ชัดเจน เราก็อาจเห็น AI Passport เวอร์ชั่นการก่อสร้างที่กำหนดเกณฑ์ เพื่อให้ผู้แข่งขันบางรายได้เปรียบ

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า จึงขอเสนอมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยกระดับด้านการก่อสร้าง คือ การเปิดเผยข้อมูลผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบของในโครงการก่อสร้าง การจ่ายเงิน และความคืบหน้า เพื่อให้ประชาชนช่วยตรวจสอบ เพราะตอนนี้ประชาชนไม่สามารถรู้รายละเอียดได้เลยว่ามีการแก้สัญญา ลดสเปก จ่ายเงิน และความคืบหน้าของโครงการเป็นอย่างไร

เราไม่สามารถรู้แม้กระทั่งรายชื่อผู้รับผิดชอบโครงการทั้งหมด ทำให้เราไม่รู้ว่า จริงๆ คนๆ นั้นต้องรับผิดชอบที่โครงการและจะมีเวลามาดูแลโครงการต่างๆ หรือไม่”

“การเปิดเผยข้อมูลส่วนนี้จะช่วยให้ประชาชนเข้าไปร่วมตรวจสอบ เหมือนกรณีของนครโซล ที่ประชาชนสามารถรู้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงกระทั่งผู้รับจ้างช่วง ประชาชนก็ช่วยรัฐทักท้วงถ้าพบเห็นความไม่ชอบมาพากล” นายวิสุทธิ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน