สุดเหี้ยม แค้นฝังใจ สะเทือนกลางขวัญกลางสวนปาล์ม บุกจ่อยิง หนุ่มวัย36 เสียงปืนดังสนั่น นอนเสียชีวิตสลดในพงหญ้า เปิดปมบาดหมางสะสมมานาน เร่งล่ามือปืน
วันที่ 24 มิ.ย.2569 ร.ต.อ.ธีระพร คงนวล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สลุย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่บ้านกลาง ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สมภพ เชื้อทอง ผกก.สภ.สลุย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพร แพทย์เวรโรงพยาบาลท่าแซะ และหน่วยกู้ภัยสายชล
ที่เกิดเหตุอยู่ลึกจากถนนสายบ้านอ่างทอง-เนิน 491 เข้าไปประมาณ 150 เมตร ภายในสวนปาล์มพบกระท่อมยกพื้น 2 หลัง โดยบริเวณหน้ากระท่อมพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 2 ปลอกตกอยู่บนพื้น เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อรักษาพยานหลักฐาน

สุดเหี้ยม แค้นฝังใจ สะเทือนกลางขวัญกลางสวนปาล์ม บุกจ่อยิง หนุ่มวัย36 เสียงปืนดังสนั่น นอนเสียชีวิตสลดในพงหญ้า เปิดปมบาดหมางสะสมมานาน เร่งล่ามือปืน
จากการตรวจค้นโดยรอบพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าห่างจากกระท่อมประมาณ 60 เมตร ทราบชื่อคือ นายสิทธิชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี สภาพศพนอนหงายเสียชีวิต สวมชุดกีฬาและรองเท้าแตะ จากการชันสูตรเบื้องต้นพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. บริเวณกลางหน้าอก 1 นัด กระสุนทะลุไปฝังบริเวณเอวด้านซ้าย ส่งผลให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
จากการสอบถาม นายสิทธิศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี ญาติของผู้เสียชีวิตและเป็นพยานสำคัญ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปนั่งพูดคุยกับผู้ตายที่กระท่อม พร้อมดื่มน้ำกระท่อมกันตามปกติ ระหว่างนั้นมีรถกระบะขับเข้ามาในสวนปาล์ม ด้วยความเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้น จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์ออกจากพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ระหว่างขี่รถสวนกัน พยานสังเกตเห็นว่ารถคันดังกล่าวไม่ใช่รถตำรวจ แต่เป็นรถของชายที่ผู้ตายมีปัญหาขัดแย้งกันมาก่อน จึงไม่ได้ย้อนกลับไปดู กระทั่งไม่นานหลังจากนั้นได้รับแจ้งว่าผู้ตายถูกยิงเสียชีวิต
ขณะที่ นางบุษบง (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ กล่าวว่า ช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายอาวุธปืน 2 นัดติดต่อกัน ตอนแรกคิดว่าเป็นเสียงประทัด แต่ภายหลังรู้สึกผิดสังเกต จึงรีบโทรแจ้งญาติของผู้เสียชีวิตให้เข้าไปตรวจสอบ
นายอรุณ (ขอสงวนนามสกุล) น้องชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งจึงรีบเข้าไปยังจุดเกิดเหตุ พบไฟในกระท่อมยังเปิดอยู่ แต่เรียกพี่ชายเท่าไรก็ไม่มีเสียงตอบรับ ก่อนจะใช้ไฟฉายค้นหารอบบริเวณและพบร่างพี่ชายนอนเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้า จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นอกจากนี้ นายอรุณ ยังระบุถึงชนวนเหตุว่า อาจมาจากความขัดแย้งสะสมระหว่างครอบครัวของผู้ต้องสงสัยกับผู้เสียชีวิต โดยเกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบิดาของผู้ต้องสงสัยกับมารดาของผู้ตาย รวมถึงปัญหาเรื่องเงินที่เชื่อว่าถูกส่งมาให้ครอบครัว แต่กลับไม่ถึงมือผู้รับตามเจตนา จนกลายเป็นความไม่พอใจและความแค้นสะสมมาเป็นเวลานาน
จากแนวทางการสืบสวน ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายขับรถเข้ามาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนลงจากรถและใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในระยะใกล้ทันที จากนั้นผู้ตายพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ล้มลงเสียชีวิตในพงหญ้ากลางสวนปาล์ม
พ.ต.อ.สมภพ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมแกะรอยเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ โดยเบื้องต้นมุ่งเป้าไปยังบุคคลที่พยานให้ข้อมูลไว้ และเชื่อว่ายังคงหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อ.ท่าแซะหรือพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมประสานญาติให้นำตัวเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว
คดีดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และคลี่คลายทุกปมสาเหตุของเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด

