สาวแม่ลูกอ่อนงงหนัก ถูกชายคู่กรณีตบปากแตก ทั้งที่อุ้มลูกอยู่ แต่ตำรวจบอกเป็นฝ่ายผิด แม้ขึ้นศาลก็ยังเป็นฝ่ายผิดอยู่ดี
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังหอพักไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บริเวณถนนสายลวดซอย 3 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบกับ น.ส.กรรณนิกา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย ได้หอบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด, ใบลงบันทึกประจำวัน, ใบรับรองแพทย์ พร้อมโชว์บาดแผลที่ปาก หลังจากถูกชายที่พักอยู่ในหอเดียวกันตบหน้าจนปากแตก ในขณะที่ผู้เสียหายยังอุ้มลูกน้อยวัยเพียงขวบเศษอยู่ในอก
น.ส.กรรณนิกา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ (28 มิ.ย.) ขณะที่ตนนอนพักอยู่ในห้องกับลูกชายวัยขวบเศษ จู่ๆ ลูกตกใจตื่นแล้วส่งเสียงร้อง สาเหตุจากชายคู่กรณีที่พักอยู่ในหอเดียวกัน ได้ออกมานั่งคุยโทรศัพท์ส่งเสียงดังตรงบันไดทางเดินขึ้นชั้นสอง โดยไม่เกรงใจใคร ทำให้ลูกของตนที่กำลังนอนหลับตกใจตื่น ตนจึงบันดาลโทสะ ด่าลอยๆ เสียงดัง ด้วยถ้อยคำหยาบคาย
คาดว่าชายคู่กรณีคงได้ยิน แล้วเข้าใจว่าตนตะโกนด่าเขา จึงเดินมาด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายที่หน้าห้อง ตนจึงออกไปพูดคุยและเกิดการโต้เถียงกันรุนแรง จู่ๆ ชายคู่กรณีก็ตบมาที่ใบหน้าของตนอย่างรุนแรง ในขณะที่ตนยังอุ้มลูกน้อยอยู่ในอก โดยไม่สนใจหรือห่วงว่าเด็กจะได้รับอันตรายหรือเปล่า ถ้าหากว่าตนล้มลง ลูกอาจจะได้รับอันตรายไปด้วย
หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับคู่กรณี แต่หลังจากที่ตำรวจได้เรียกคู่กรณีเข้าไปคุย ก็ออกมาบอกว่า ตนเป็นฝ่ายผิดที่ไปด่าคู่กรณีก่อน ทำให้ตนถึงกับงง และพยายามอธิบายว่า สาเหตุเกิดจากคู่กรณีออกมาคุยโทรศัพท์ส่งเสียงดัง ทำให้ลูกของตนตกใจตื่น แต่ตำรวจไม่ฟังและยังบอกอีกว่า ถ้าไปฟ้องศาลตนก็ยังเป็นฝ่ายผิดอยู่ดี
จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ตนรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกตบปากแตกแล้วยังเป็นฝ่ายผิดอีก จึงขอร้องผ่านสื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของ สภ.เมืองสมุทรปราการ ช่วยคืนความเป็นธรรมให้กับตนด้วย และต้องการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด