งานวิจัยชี้ นอนหลับไม่เป็นเวลา เพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิต! กระทบโรคหัวใจ ผู้เชี่ยวชาญแนะ เวลานอน-ตื่นไม่ควรคลาดเกิน 1 ชั่วโมง

การนอนหลับอย่างเพียงพอเป็นปัจจัยสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดีและอายุยืน แต่ผลการศึกษาจำนวนมากในช่วงหลังพบว่า “ความสม่ำเสมอของเวลานอน” อาจมีความสำคัญมากกว่าจำนวนชั่วโมงที่นอนเสียอีก

นักโภชนาการด้านโภชนาการการกีฬาและการควบคุมน้ำหนักจากไต้หวัน “เคอร์ติส” (Curtis) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กว่า ผลการศึกษาขนาดใหญ่พบว่า ผู้ที่เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลาสม่ำเสมอ มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากทุกสาเหตุต่ำกว่า พร้อมแนะนำว่า เวลานอนและเวลาตื่นในแต่ละวันไม่ควรคลาดเคลื่อนกันเกิน 1 ชั่วโมง

งานวิจัยพบ นอนเป็นเวลาช่วยลดอัตราเสียชีวิต

เคอร์ติสระบุในโพสต์ว่า “การนอนหลับไม่เป็นเวลา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต” พร้อมอ้างอิงงานวิจัยแบบติดตามระยะยาว (Prospective Cohort Study) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sleep

งานวิจัยดังกล่าววิเคราะห์ข้อมูลจากอาสาสมัครกว่า 60,000 คน ในโครงการ UK Biobank ของสหราชอาณาจักร โดยให้ผู้เข้าร่วมสวมอุปกรณ์ติดตามการนอนหลับ เก็บข้อมูลการนอนมากกว่า 10 ล้านชั่วโมง และนำมาคำนวณ ดัชนีความสม่ำเสมอของการนอนหลับ (Sleep Regularity Index: SRI) ซึ่งยิ่งมีคะแนนสูง หมายถึงผู้เข้าร่วมมีเวลาเข้านอนและตื่นนอนที่ใกล้เคียงกันในแต่ละวัน

นักวิจัยติดตามกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลาเฉลี่ย 6.5 ปี ก่อนพบว่า ความสม่ำเสมอของการนอนมีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเสียชีวิต

เมื่อเทียบกับผู้ที่นอนไม่เป็นเวลา กลุ่มที่มีเวลานอนสม่ำเสมอที่สุด มีผลลัพธ์ดังนี้

  • อัตราเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ ลดลง 20-48%
  • อัตราเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง ลดลง 16-39%
  • อัตราเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดลง 22-57%
  • นาฬิกาชีวภาพแปรปรวน เสี่ยงโรคหัวใจและโรคเมตาบอลิก

รายงานวิจัยระบุว่า ความสม่ำเสมอของการนอนเป็นตัวชี้วัดโดยตรงของภาวะ ความผิดปกติของนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm Disorders)

หากวงจรนาฬิกาชีวภาพของร่างกายถูกรบกวนเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคในกลุ่มเมตาบอลิก เช่น เบาหวานหรือภาวะอ้วนลงพุง ขณะที่ผู้ที่มีเวลานอนเป็นกิจวัตรมีโอกาสเกิดปัญหาเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เคอร์ติสกล่าวว่า การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพส่งผลเสียต่อสุขภาพ และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ดังนั้น นอกจากควรนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน แล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการรักษาเวลาเข้านอนและเวลาตื่นให้สม่ำเสมอ

ผู้เชี่ยวชาญแนะ เวลานอนและเวลาตื่นไม่ควรคลาดกันเกิน 1 ชั่วโมง

นักโภชนาการแนะนำว่า ควรรักษาเวลาเข้านอนและเวลาตื่นในแต่ละวันให้แตกต่างกันไม่เกิน 1 ชั่วโมง ยกตัวอย่าง หากตั้งเป้าเข้านอนเวลา 23.00 น. และตื่นเวลา 07.00 น. ก็ควรเข้านอนภายในช่วง 22.30-23.30 น. และตื่นนอนระหว่าง 06.30-07.30 น. อย่างสม่ำเสมอ

เขาย้ำว่า แทนที่จะหวังชดเชยการอดนอนด้วยการ “นอนชดเชย” ในวันหยุด การรักษานาฬิกาชีวภาพของร่างกายให้คงที่ต่างหาก คือแนวทางดูแลสุขภาพที่ให้ผลดีที่สุดในระยะยาว

ที่มา: hk01

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน