สุดสลดตั้งศพคู่ สองเพื่อนรัก เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว แม้อยู่ต่างที่ แต่ขอจัดงานศพด้วยกัน ญาติหนึ่งในนั้นเล่าลางสังหรณ์ คนในบ้านฝันเหมือนกัน เผยความผูกพันของทั้งคู่ นายจ้างร่ำไห้ ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ก่อนที่ญาติๆ จะทยอยรับศพกลับไปทำพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิด

ล่าสุดวันที่ 14 ก.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติเดินทางมารับศพ น.ส.กชพร โสธรรัตรน์ อายุ 40 ปี ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ศพลำดับที่ 15 และ น.ส.ภานิชา สิงขร อายุ 49 ปี หรือนิ่ม ศพลำดับที่ 21 ซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน ญาติทั้ง 2 ครอบครัวจึงได้นำทั้งคู่มาตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 3 วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

โดยศพ น.ส.กชพร มาถึงวัดเป็นรายแรก ก่อนที่ร่างของ น.ส.ภานิชา จะมาถึงวัดเป็นรายที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศกและเสียใจของญาติพี่น้องของทั้ง 2 ฝ่ายและเพื่อนร่วมงาน

นางจารุณี อายุ 46 ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องของ น.ส.กชพร กล่าวว่า ครอบครัวตัดสินใจนำศพทั้ง 2 คนมาตั้งบำเพ็ญกุศลร่วมกัน เนื่องจากทั้งคู่เป็นพนักงานบริษัทเดียวกันและมีความสนิทสนมกันมาก อีกทั้งนายจ้างได้แสดงความรับผิดชอบด้วยการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายศพกลับไปประกอบพิธีที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ทำงานร่วมกัน ใช้ชีวิตประจำวันด้วยกัน ทั้งรับประทานอาหาร เลิกงาน และเดินทางไปไหนมาไหนด้วยกัน โดยเรื่องทั้งหมดทางเพื่อนร่วมงานของน้องทั้ง 2 เป็นเล่าให้ฟัง สะท้อนถึงความผูกพันของทั้งคู่ ในส่วนการเยียวยานั้น ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมายังครอบครัว โดยครอบครัวได้ส่งข้อความไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ ส่วนเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ต้องการกล่าวโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะเชื่อว่าเหตุการณ์น่าจะเกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน

สำหรับ น.ส.กชพร เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลลูกสาวเพียงลำพัง ซึ่งหลังจากแม่เสียชีวิต เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน ก็ทำให้ น.ส.กชพร ต้องรับภาระดูแลพี่ชายของตัวเองที่เป็นผู้พิการอีกด้วย

ด้าน น.ส.ณัฐฒิฌา อายุ 20 ปี ลูกสาวของ น.ส.กชพร ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่ ม.มหาสารคาม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า เสียใจมากกับการสูญเสียครั้งนี้ แม่เป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว แม้จะต้องสูญเสียครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต แต่จะตั้งใจเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาให้ได้ตามความปรารถนาของแม่

ขณะที่ นายรัตนศักดิ์ อายุ 49 ปี พี่เขยของ น.ส.ภานิชา กล่าวว่า เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุร้ายกับครอบครัว ส่วนความคืบหน้าด้านการช่วยเหลือและเยียวยานั้น ขณะนี้มีหน่วยงานของรัฐติดต่อเข้ามาแล้ว โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนเกิดเหตุสมาชิกในครอบครัวต่างเล่าตรงกันว่าฝันถึงเรื่องไม่ดี ตนก็รู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยฝันในลักษณะดังกล่าวและไม่ได้พูดคุยหรือบอกเล่าถึงลางสังหรณ์ระหว่างกันก่อนเกิดเหตุด้วย

นายนพรัตน์ อายุ15 ปี ลูกชายของ น.ส.ภานิชา เล่าทั้งน้ำตาว่า เช้าวันเกิดเหตุสังเกตว่าแม่ยังไม่กลับบ้าน และไม่เห็นรถจอดอยู่ จึงเข้าไปตรวจสอบข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งพบข่าวเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ลาดพร้าว แต่ในตอนแรกยังไม่คิดว่าแม่จะเป็นหนึ่งในผู้ประสบเหตุ ก่อนจะทราบความจริงในเวลาต่อมา รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

ทางด้าน น.ส.ยลพัชร์ วาสิการ เจ้าของ บริษัท Sexy lace health and wellness จำกัด ซึ่งเป็นนายจ้างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกสะเทือนใจ ตกใจ และช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเดิมทีครอบครัวของ น.ส.กชพร ประสงค์จะนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่ต่างจังหวัด แต่ภายหลังญาติเปลี่ยนใจ ขอให้จัดพิธีร่วมกับ น.ส.ภานิชา ที่วัดเดียวกัน เนื่องจากทั้งคู่เสียชีวิตพร้อมกันและบ้านของ น.ส.ภานิชา อยู่ที่คลองสาม จึงเห็นควรให้ประกอบพิธีและฌาปนกิจร่วมกัน ขณะที่ทางบริษัทรับหน้าที่ดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดร่วมกันจะสะดวกต่อทุกฝ่าย

โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 2 เป็นบุคลากรที่ผูกพันกับบริษัทมาอย่างยาวนาน โดยหนึ่งในนั้นทำงานกับบริษัทนานกว่า 15 ปี จนเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว ส่วนอีกรายแม้จะทำงานไม่นานนักแต่ก็มีความผูกพันกับเพื่อนร่วมงานและองค์กรเป็นอย่างมาก

สำหรับร่างของ น.ส.กชพร และ น.ส.ภานิชา จะมีพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมศพวันที่ 15 ก.ค.69 และจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 18 ก.ค.นี้ จากนั้นญาติจะดำเนินการนำอัฐิไปทำบุญยังบ้านเกิดต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน