ครูทราย เล่าเส้นทางรักษาก่อนแฟนเสียชีวิต เชื่อหากตรวจคลื่นหัวใจแต่แรก อาจไม่ต้องสูญเสีย เผยหมอยอมรับวินิจฉัยโรคผิด เชื่อว่ากฎหมายจะเอาผิดได้ ลั่น “ตอนนี้อยากให้แฟนกลับมา ทำได้มั้ยคะหมอ”
จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อก ชื่อ sinesaiiz โพสต์คลิปวิดีโอระบายความอัดอั้น พร้อมข้อความว่า “วอนทุกคนช่วยฟังให้จบ และทวงความยุติธรรมให้แฟนครูทรายที แฟนครูทรายเพิ่งได้เป็นพ่อคนมาแค่แป๊บเดียวเอง” โดยระบุว่าแพทย์วินิจฉัยอาการของแฟนผิดพลาดจนทำให้เสียชีวิต
วันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง วัดบำเพ็ญเหนือ สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาของ นายภานุพงศ์ มีสุข อายุ 31 ปี และได้พูดคุยกับ ครูทราย อายุ 30 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิตและเจ้าของโพสต์ดังกล่าว
ครูทราย เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะสามีกำลังทำงาน จู่ ๆ มีอาการเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วมือ ก่อนลามขึ้นหัวไหล่และหน้าอก พร้อมอาการแน่นหน้าอกและมีเหงื่อออกตลอดเวลา เพื่อนร่วมงานเห็นอาการผิดปกติจึงพาส่งโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ก่อนที่สามีจะโทรศัพท์แจ้งให้ตนทราบ และรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล
เมื่อเดินทางไปถึงพยาบาลได้ซักประวัติ โดยแฟนแจ้งว่าเคยผ่าตัดข้อมือ แต่ยืนยันว่าอาการครั้งนี้แตกต่างจากอาการปวดเดิม เพราะมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วย จากนั้นพยาบาลสอบถามโรคประจำตัว ซึ่งสามีมีภาวะคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือดสูง จึงส่งประวัติไปยังแผนกอายุรกรรม
แต่แพทย์อายุรกรรมส่งประวัติกลับมา พร้อมให้เหตุผลว่ายังไม่สามารถรักษาได้ เนื่องจากยังไม่มีผลตรวจเลือดและระดับคอเลสเตอรอล แต่แฟนไม่สามารถตรวจได้เพราะเพิ่งรับประทานขนมปังในช่วงเช้า ก่อนส่งตัวไปพบแพทย์กระดูก โดยให้เหตุผลว่าอาจเป็นอาการจากกระดูก และต้องรักษาส่วนนั้นก่อนจึงจะทราบสาเหตุที่แท้จริง
แต่เมื่อถึงหมอกระดูก หมอกระดูกบอกว่าจากการวินิจฉัยโรคที่มีการแน่นหน้าอก มันไม่ได้เกี่ยวกับกระดูก หรือเป็นส่วนของกระดูก ให้กลับไปหาหมออายุรกรรมดีกว่า แค่พอกลับไปหาหมออายุรกรรมหมอกลับไม่ตรวจอะไรเลย แม้แต่ใส่หูฟังแพทย์ตรวจก็ไม่ได้ทำ
ครูทราย เล่าต่อว่า ระหว่างนั้นตนค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการของแฟน และโทรปรึกษาญาติ ทำให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคหัวใจ จึงขอให้แพทย์ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แต่แพทย์ไม่ดำเนินการตามคำขอ พร้อมกล่าวหาว่าตน “เป็นประสาท” เพราะพยายามขอให้ตรวจเพิ่มเติม
ตนจึงสอบถามว่า หากกลับบ้านแล้วแฟนกลายเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินจะทำอย่างไร แต่แพทย์ตอบว่าโอกาสเกิดขึ้นมีน้อยมาก พร้อมชี้ไปที่แฟนและพูดว่า “กลับบ้านไปให้แยกห้องกัน เพราะแฟนเป็นประสาท กลับไปแยกกันอยู่เดี๋ยวก็หายเป็น” พร้อมระบุว่าอาการเหงื่อออกเป็นเพราะอากาศร้อน และอาการทั้งหมดเกิดจากความวิตกกังวล ก่อนจ่ายยาแก้ปวดและให้กลับบ้าน
หลังกลับถึงบ้าน ตนตั้งใจจะพาแฟนไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกแห่งในช่วงเย็น เนื่องจากต้องการเข้ารับบริการนอกเวลาราชการ ระหว่างนั้นแฟนได้นอนพัก ก่อนที่ตนจะปลุกให้ไปรับลูกเวลาประมาณ 15.00 น. เพราะแฟนตั้งใจไปรับลูกด้วยตนเอง หลังกลับมาถึงบ้าน แฟนเกิดอาการช็อก และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
หลังเกิดเหตุ ตนเข้าแจ้งความเพื่อให้ตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิต กระทั่งผลชันสูตรระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ภายหลังทราบผลชันสูตร แพทย์คนดังกล่าวได้ยอมรับว่าวินิจฉัยโรคผิด ส่วนยาแก้ปวดที่ได้รับจากโรงพยาบาล ตนตั้งใจจะนำไปคืน
ตนอยากถามว่า แพทย์รู้ตัวหรือไม่ว่าตนเองทำผิด หรือเพิ่งตระหนักหลังเกิดกระแสสังคม ทั้งที่ในวันที่เกิดเหตุ ตนพยายามขอให้ตรวจคลื่นหัวใจ แต่กลับถูกกล่าวหาว่า เป็นประสาท
ครูทราย กล่าวต่อว่า ตนยังไม่รู้ว่าแฟนป่วย เพราะแฟนไม่เคยบอก เพราะปกติแล้วแฟนจะเป็นคนที่อดทน ถ้าทนไม่ไหวจริงๆถึงจะบอก ตนทราบมาแค่ว่าแฟนมีอาการเหงื่ออก โดยอาการเจ็บแปลบที่หน้าอกเพิ่งเกิดขึ้นในวันเกิดเหตุ ไม่ได้มีอาการต่อเนื่องมาก่อนหลายวัน
หากแพทย์ตรวจคลื่นหัวใจตั้งแต่วันนั้น ก็น่าจะทราบสาเหตุของอาการได้ ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนจะดำเนินการส่งเรื่องไปยังนิติเวช จ.ราชบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน
สุดท้ายนี้ ตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือประชาชน หากกระทำผิดก็ต้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมอยากให้สังคมร่วมพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ในกรณีนี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อยากเรียกร้องอะไรบ้าง ครูทราย ตอบว่า “ตอนนี้อยากให้ฟลุ๊ค (แฟน) กลับมา ทำได้ไหมคะหมอ”