คำตอบที่หลายคนอยากรู้! งานวิจัยจากออสเตรเลียเฉลยแล้ว “คนเราผายลมวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่าปกติ?” เปิดช่วงวัยที่ตดบ่อยสุด พร้อมเผยค่าเฉลี่ยชาย-หญิง

คนส่วนใหญ่อาจเคยสงสัยแต่ไม่กล้าถามว่า “คนเราผายลมวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่าปกติ?” ล่าสุดทีมนักวิจัยจากออสเตรเลียตัดสินใจหาคำตอบแบบจริงจัง ด้วยการเก็บข้อมูลการผายลมของอาสาสมัครกว่า 6,400 คน และรวบรวมข้อมูลการปล่อยแก๊สรวมกว่า 360,192 ครั้ง เพื่อไขข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้ แต่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดถึง

แม้การผายลมจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่กลับมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่มากนัก นักวิจัยจึงต้องเริ่มจากคำถามสุดคลาสสิกว่า “จะนับจำนวนการผายลมได้อย่างไร?” ก่อนหน้านี้มีทั้งแนวคิดใช้ Smart Underwear หรือ “กางเกงชั้นในอัจฉริยะติดเซ็นเซอร์” รวมถึงอุปกรณ์วัดก๊าซในร่างกาย

แต่สุดท้ายก็เลือกวิธีที่ง่ายและใช้งานได้จริงกว่า นั่นคือแอป “Chart Your Fart” ให้ผู้เข้าร่วมกดบันทึกทุกครั้งที่ผายลม โดยออกแบบให้แนบเนียนจนคนรอบข้างไม่รู้ว่ากำลังจดสถิติ “ตด” อยู่

คนเราผายลมวันละกี่ครั้งถึงปกติ

นักวิจัยไขคำตอบ! คนเราผายลมวันละกี่ครั้งถึงปกติ? – ภาพประกอบ

ผลวิจัย เผยว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราผายลมวันละประมาณ 5 ครั้ง ส่วนคนส่วนใหญ่กว่า 79.3% ผายลมอยู่ในช่วง 2 – 7 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ที่น่าสนใจคือค่าเฉลี่ยสูงกว่าค่ามัธยฐาน เพราะมีคนบางกลุ่มที่ปล่อยแก๊สบ่อยเป็นพิเศษ จนดันตัวเลขเฉลี่ยให้สูงขึ้น

เมื่อแยกตามเพศและอายุ พบว่า ผู้ชายผายลมเฉลี่ย 5.2 ครั้งต่อวัน มากกว่าผู้หญิงที่เฉลี่ย 4.8 ครั้ง ขณะที่วัย 26 – 45 ปี ครองแชมป์ผายลมบ่อยที่สุด ส่วนวัย 14 – 25 ปี กลับเป็นกลุ่มที่ปล่อยแก๊สน้อยที่สุด โดยนักวิจัยยังระบุว่าข้อมูลของผู้มีอายุมากกว่า 65 ปียังไม่เพียงพอสำหรับการสรุปผล

Chart Your Fart

ทีมนักวิจัยให้ผู้เข้าร่วมการศึกษาจดบันทึกจำนวนครั้งที่ผายลมผ่านแอป “Chart Your Fart” เพื่อเก็บข้อมูลและวิเคราะห์พฤติกรรมการปล่อยแก๊สของร่างกาย – ภาพประกอบ

ส่วนใครที่รู้สึกว่าหลังมื้อเย็นเริ่มท้องอืด งานวิจัยชิ้นนี้ก็มีคำตอบ เพราะพบว่าการผายลมจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตลอดทั้งวัน และพุ่งสูงสุดหลังมื้อค่ำ นอกจากนี้ยังมีช่วงพีกเล็ก ๆ หลังอาหารเช้า และหลังอาหารกลางวัน โดยสาเหตุหลักมาจากกระบวนการย่อยอาหาร และการหมักใยอาหารในลำไส้ ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร

แม้ผลวิจัยครั้งนี้จะระบุว่าคนเราผายลมเฉลี่ยเพียง 5 ครั้งต่อวัน แต่ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่างานวิจัยก่อนหน้าที่เคยประเมินไว้ 14 – 23 ครั้งต่อวัน นักวิจัยอธิบายว่า ความแตกต่างอาจเกิดจากวิธีเก็บข้อมูล เพราะการศึกษาครั้งนี้นับเฉพาะช่วงที่ผู้เข้าร่วมตื่นอยู่ ทำให้การผายลมระหว่างนอนหลับไม่ได้ถูกบันทึก

นักวิจัยย้ำว่า การผายลมเป็นเรื่องปกติของร่างกาย และเป็นสัญญาณว่าระบบย่อยอาหารกำลังทำงาน แต่หากผายลมมากผิดปกติร่วมกับอาการอื่น อาจเกี่ยวข้องกับภาวะแพ้อาหาร เช่น แลคโตสหรือกลูเตน

ผู้ชายผายลมมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย

งานวิจัยพบว่า ผู้ชายผายลมมากกว่าผู้หญิงเล็กน้อย – ภาพประกอบ

รวมถึงโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ ลำไส้แปรปรวน หรือภาวะแบคทีเรียในลำไส้เล็กเจริญมากผิดปกติ ขณะเดียวกัน พฤติกรรมอย่างการสูบบุหรี่ เคี้ยวหมากฝรั่ง ดื่มน้ำอัดลม หรือกินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ถั่ว บรอกโคลี และกะหล่ำดาว ก็ล้วนทำให้เกิดแก๊สในลำไส้มากขึ้นได้เช่นกัน

สรุปง่าย ๆ คือ หากคุณผายลมวันละไม่กี่ครั้ง “ก็ไม่ต้องรีบตกใจ” เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณว่าลำไส้กำลังทำหน้าที่ตามปกติ แต่ถ้าจำนวนเพิ่มขึ้นผิดสังเกตพร้อมอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือแน่นท้องเรื้อรัง การพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่าปล่อยให้ “แก๊ส” เป็นคนส่งสัญญาณอยู่ฝ่ายเดียวครับ

ที่มา: nypost

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ช็อกวงการแพทย์! งานวิจัยเผยความจริงชวนขนลุก หลังหัวใจหยุดเต้น แต่ “สมองยังรับรู้” ได้นานเกือบ 1 ชม. ผู้รอดชีวิตบางรายจำทุกคำพูดในห้องฉุกเฉินได้แม่น

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน