หญิงเผยประสบการณ์ป่วย “มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะ 4” เตือน อย่ามองข้ามอาการเรื้อรังเหล่านี้ แม้ภายนอกจะดูแข็งแรงดี แต่แท้จริงอาจป่วยไม่รู้ตัว
เรียบเรียงโดย ทีมงานข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569
รายงานจากสื่อต่างประเทศ มาเรีย คัง (Maria Kang) นักเขียน-นักสร้างแรงบันดาลใจด้านสุขภาพ และอดีตไอคอนสายฟิตเนสชาวสหรัฐฯชื่อดัง ได้ออกมาแบ่งปันประสบการณ์ หลังได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4 พร้อมเตือนประชาชน อย่ามองข้ามอาการผิดปกติของร่างกาย แม้จะใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีมาตลอด
มาเรีย วัย 46 ปี เปิดเผยว่า ตลอดชีวิตเธอทุ่มเทให้กับการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และส่งเสริมให้คุณแม่ทั่วโลกหันมาดูแลสุขภาพของตนเอง จึงไม่เคยคาดคิดว่าจะป่วยเป็นมะเร็ง
“มันเป็นเรื่องที่ช็อกมาก เพราะฉันเป็นคนที่สุขภาพดีที่สุดเท่าที่ฉันรู้จัก ฉันพยายามหาสาเหตุ ทั้งอาหารที่กินหรือน้ำที่ดื่ม แต่ฉันกินอาหารดี ๆ และกรองน้ำดื่มเอง จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นมะเร็ง”
ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 เมื่อแพทย์ตรวจพบว่าเธอเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 4

มีอาการผิดปกติมานาน แต่คิดว่าเป็นเรื่องปกติ
เมื่อย้อนมองที่ผ่านมา มาเรีย ยอมรับว่า เธอมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารมาตั้งแต่วัยรุ่น ทั้งอาการท้องผูกเรื้อรัง ท้องอืด และอาการที่มักกำเริบเมื่อเกิดความเครียด
เธอเล่าว่า แม้จะรับประทานไฟเบอร์เสริมหรือยาระบายเป็นประจำ แต่การขับถ่ายก็ยังเป็นเรื่องยาก และเธอใช้ชีวิตอยู่กับอาการเหล่านี้มาหลายปี
“สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้คือ เรามักทำให้อาการผิดปกติกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงแล้วมันไม่ควรเป็นแบบนั้น การย่อยอาหารควรเป็นเรื่องง่ายเหมือนการหายใจเข้าและหายใจออก แต่สำหรับฉัน มันไม่เคยง่ายเลย”
หลังเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และตัดชิ้นเนื้อตรวจ แพทย์พบก้อนมะเร็งในลำไส้ใหญ่
มาเรีย กล่าวว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เธอเข้าใจความหมายของคำว่า “สุขภาพดี” ใหม่ทั้งหมด
“มันเป็นบทเรียนที่ทำให้ฉันถ่อมตัวมาก เมื่อคุณต้องยอมรับกับตัวเองว่า ‘ฉันดูสุขภาพดี แต่จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้สุขภาพดี'”
เธอระบุว่า คนที่มีรูปร่างสมส่วนก็อาจเป็นมะเร็งหรือมีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่าภายในร่างกายของแต่ละคนกำลังเกิดอะไรขึ้น
“เรามักให้ความสำคัญกับการดูเหมือนคนสุขภาพดี มากกว่าการมีสุขภาพดีจริง ๆ”
หลังเผชิญโรคร้าย มาเรีย ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างมาก จากเดิมที่ออกกำลังกายหนัก 5-6 วันต่อสัปดาห์ ปัจจุบันเธอเลือกเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อรู้สึกพร้อม โดยการเดิน การเต้น และการฝึกเวทเทรนนิงเพื่อความแข็งแรงและความสุข คือกิจกรรมหลักของเธอ

นอกจากนี้ เธอยังเลิกบังคับตัวเองให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการ
“ถ้าฉันรู้สึกว่าต้องฝืนทำอะไร ฉันจะไม่ทำ เพราะถ้าร่างกายรู้สึกแย่ มันก็จะแสดงออกมา”
มุมมองเรื่องอาหารก็เปลี่ยนไปเช่นกัน จากเดิมที่แบ่งอาหารเป็น “ดี” กับ “ไม่ดี” หรือกำหนดวันกินตามใจ ปัจจุบันเธอเชื่อว่า ความสมดุล คือสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะยังรับประทานผักและผลไม้เป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอาหารอย่างพิซซ่าหรือเมนูอื่น ๆ
ท้ายที่สุด มาเรีย ฝากเตือนว่า การมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวันเป็นมะเร็ง
“มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน นั่นคือบทเรียนที่ทำให้ฉันถ่อมตัวที่สุด คุณอาจคิดว่าตัวเองยังอายุน้อย แข็งแรง และโรคนี้คงไม่เกิดกับคุณ แต่โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน”
เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “สุขภาพไม่ใช่แค่สิ่งที่คนอื่นมองเห็นจากภายนอก แต่มันคือความรู้สึกที่คุณมีอยู่ภายในร่างกายของตัวเอง”
ทั้งนี้ American Cancer Society แนะนำว่า หากมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหารอย่างต่อเนื่อง เช่น การขับถ่ายเปลี่ยนแปลงเรื้อรัง มีเลือดปนในอุจจาระ ปวดท้อง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย ไม่ว่าจะมีอายุเท่าใดก็ตาม เนื่องจากอาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ และไม่ควรถูกมองข้าม
ที่มา NYPost