กรมประมง เตือน ​ปล่อยปลาต่างถิ่นลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำลายระบบนิเวศ ​และมีความผิดตามกฎหมายมีโทษจำคุกและปรับ​

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประชาชนนิยมปล่อยสัตว์น้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่การปล่อยสัตว์น้ำควรคำนึงถึงชนิดของสัตว์น้ำและความเหมาะสมของแหล่งน้ำ เนื่องจากสัตว์น้ำบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะสัตว์น้ำต่างถิ่น (Alien Species) และสัตว์น้ำลูกผสม ซึ่งอาจแพร่พันธุ์รวดเร็ว แย่งอาหารและแหล่งอาศัย กินไข่และตัวอ่อนของสัตว์น้ำพื้นเมือง รวมถึงเป็นพาหะนำโรค ส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงและระบบนิเวศเสียสมดุลในระยะยาว

นอกจากนี้ สัตว์น้ำบางชนิด เช่น ปลาชะโด ซึ่งเป็นปลากินเนื้อ หากปล่อยลงแหล่งน้ำโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้จำนวนสัตว์น้ำพื้นเมืองชนิดอื่นลดลงได้ ดังนั้น กรมประมงจึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองของไทยในแหล่งน้ำที่เหมาะสม เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ

นางฐิติพรกล่าวว่าการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำต่างถิ่นตามมาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พร้อมระบุว่า ไม่ควรครอบครองหรือซื้อสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.. 2562 มาปล่อย เช่น เต่านา และตะพาบไทย เนื่องจากหากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรมประมงแนะนำให้ประชาชนเลือกปล่อยสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทย อาทิ ปลาตะเพียน ปลากระแห ปลาแก้มช้ำ ปลาสร้อยขาว ปลาโพง (ปลาสุลต่าน) ปลากาดำ ปลายี่สกไทย ปลาหมอไทย ปลาช่อน ปลาบู่ทราย ปลาสลาด ปลากราย ปลาสวาย ปลากดเหลือง และปลากดแก้ว โดยปล่อยลงในแหล่งน้ำที่เหมาะสม พร้อมเลือกสัตว์น้ำที่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีบาดแผล เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับการปล่อยสัตว์น้ำ กรมประมงแนะนำให้เลือกพื้นที่ที่เหมาะสมกับแต่ละชนิด เช่น ปลาไหลนาและกบนา ควรปล่อยในพื้นที่ชื้นแฉะ แม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง หรือท้องนา ส่วนปลาสวาย ปลาบึก ปลาตะเพียน และปลากาดำ ควรปล่อยในแม่น้ำหรือคลองที่มีน้ำลึกและกระแสน้ำไหลแรง ขณะที่หอยขมเหมาะกับคู หนอง คลอง บึง และนาข้าวที่มีพื้นดินหรือโคลน

ส่วนปลาดุก กรมประมงระบุว่า ปลาดุกที่สามารถปล่อยได้ คือ ปลาดุกอุยและปลาดุกด้านเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่สนับสนุนให้ปล่อยปลาดุกลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เนื่องจากประชาชนทั่วไปอาจแยกความแตกต่างระหว่างปลาดุกพื้นเมือง ปลาดุกต่างถิ่น และปลาดุกลูกผสมได้ยาก โดยเฉพาะปลาขนาดเล็ก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยตรง

พร้อมกันนี้ กรมประมงขอความร่วมมือประชาชนงดปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่น สัตว์น้ำลูกผสม หรือสัตว์น้ำที่ไม่เหมาะสมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ ปลาหมอมายัน ปลาหมอคางดำ ปลาหมอบัตเตอร์ ปลาซัคเกอร์ เต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง กุ้งเครย์ฟิชจากสายพันธุ์ออสเตรเลียและอเมริกัน ปลากะพงนกยูง (ปลาพีคอกแบส) ปลาดุกแอฟริกา และปลาดุกบิ๊กอุย ซึ่งเป็นปลาลูกผสมระหว่างปลาดุกแอฟริกากับปลาดุกอุยของไทย

อธิบดีกรมประมงกล่าวว่า หากผู้ใดครอบครองสัตว์น้ำต่างถิ่นและไม่ประสงค์จะเลี้ยงต่อ ขอให้นำส่งมอบแก่หน่วยงานของกรมประมงในพื้นที่ใกล้บ้านหรือกรมประมงส่วนกลาง เพื่อให้หน่วยงานดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อไป พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมทำบุญด้วยการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำอย่างถูกวิธี เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำของไทยอย่างยั่งยืน

ทีมา ประชาชาติธุรกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน