คณะสว. ลงพื้นที่สระบุรี พิสูจน์ระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG แนะบริษัทสื่อสารความจริงเชิงรุกให้ประชาชนเข้าใจ
เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2569 พล.ท.สุกิจ ทั่งทอง สว.ในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เปิดเผยว่า ตนพร้อมนายนิทัศน์ อารีย์วงศ์สกุล สว. รองประธานกรรมการฯ และคณะสว. ลงพื้นที่รับฟังข้อมูลความจริงการบริหารจัดการขยะและกากอุตสาหกรรมของบริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) หรือ BWG ในต.ห้วยแห้ง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
โดยมี นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าฯสระบุรี นายตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟังข้อเท็จจริงด้วย
นายนิทัศน์ กล่าวว่าหลังรับฟังข้อมูลและลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหลุมฝังกลบของ BWG แล้ว บริษัทฯควรเพิ่มกลยุทธ์การสื่อสารเชิงรุกกับประชาชนและสังคมให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าใจว่าธุรกิจกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นกิจการที่สังคมมีความกังวลโดยธรรมชาติ เพราะหากประชาชนยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ในกระบวนการจัดการ เมื่อเกิดกระแสข่าวหรือข้อสงสัย ย่อมนำไปสู่ความกังวลและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในความเป็นจริง
ด้านน.ส.นวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ สว. กล่าวว่า หลังได้รับฟังข้อมูลความจริงที่ชัดเจนของBWG ทำให้เห็นว่าการกำจัดขยะเป็นประโยชน์ต่อโลก และเป็นภารกิจที่มีความสำคัญต่อระบบสิ่งแวดล้อมและภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ
ทั้งนี้ ด้านตัวแทนจาก BWG ยืนยันว่า บริษัทฯพร้อมให้หน่วยงานภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เข้ารับทราบความเป็นจริงได้ตลอดเวลา เพราะมั่นใจในระบบฝังกลบของบริษัทฯ ที่ไม่ได้ใช้วิธีการขุดหลุมแล้วนำขยะลงไปฝังใต้ดินโดยตรงอย่างที่บางฝ่ายเข้าใจ แต่เป็นการใช้ระบบฝังกลบเชิงวิศวกรรม ที่มีการสร้างคันดิน ระบบรองพื้น วัสดุป้องกันการรั่วซึม ระบบรวบรวมน้ำชะกาก และระบบบำบัดน้ำเสีย สามารถควบคุมไม่ให้น้ำจากพื้นที่จัดการของเสียไหลออกนอกระบบควบคุม
หัวใจสำคัญของการจัดการกากอุตสาหกรรมคือการควบคุม น้ำชะกาก ซึ่งเกิดจากความชื้นของของเสียหรือน้ำที่สัมผัสของเสียโดยตรง โดยน้ำดังกล่าวจะถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัด ก่อนนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ภายในพื้นที่ เช่น รดต้นไม้ รดถนน ลดฝุ่น และใช้ในกิจกรรมภายในโรงงาน ซึ่งทำให้จะไม่มีน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไหลออกจากบริษัท ในทุกทาง
สำหรับข้อกังวลว่า หากระบบป้องกันการรั่วซึมเกิดความเสียหายจะสามารตรวจพบได้อย่างไร บริษัทฯยืนยันว่า มีระบบบ่อสังเกตการณ์น้ำใต้ดินรอบพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจเปรียบเทียบระหว่างทิศทางเหนือน้ำและท้ายน้ำใต้ดิน รวมถึงมีการตรวจติดตามน้ำใต้ดิน น้ำผิวดิน และคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การจัดการของเสีย ยังได้แยกประเภทระหว่าง ของเสียไม่อันตราย และ ของเสียอันตราย ออกจากกัน โดยของเสียอันตรายจะต้องผ่านกระบวนการลดความเป็นอันตรายก่อนเข้าสู่หลุมฝังกลบ เช่น การปรับสภาพกรด–ด่าง และการทำให้ของเสียแข็งตัว เพื่อลดโอกาสการชะละลายของสารปนเปื้อน
ในส่วนคำสั่งตามมาตรา 39 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุด บริษัทได้ยื่นคำอุทธรณ์แล้ว โดยเห็นว่าควรแยกประเด็นให้ชัด ระหว่างน้ำในระบบภายในโรงงาน กับน้ำทิ้งที่ระบายออกนอกโรงงาน เพราะการพบสารในระบบรวบรวมและบำบัดน้ำชะกากไม่ได้เท่ากับข้อพิสูจน์ว่ามีการปล่อยมลพิษออกสู่ลำน้ำสาธารณะ หากยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจน
ทั้งนี้พื้นที่ตำบลห้วยแห้ง และคลองตะเข้เป็นระบบลุ่มน้ำที่มีหลายกิจกรรม ทั้งชุมชน เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และโรงงานอุตสาหกรรม การตรวจสอบแหล่งกำเนิดมลพิษจึงควรพิจารณาทั้งระบบลุ่มน้ำ ไม่ควรสรุปจากผลตรวจเฉพาะจุดหรือข้อมูลบางช่วง
การลงพื้นที่ของคณะสว.ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการรับฟังข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย โดยข้อเสนอสำคัญคือ คณะสว.แนะนำให้บริษัทเปิดข้อมูลความจริงและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจว่า ระบบกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องทำงานอย่างไร และมีมาตรการใดในการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจแท้จริงต่อกระบวนการจัดการของเสียที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ทางBWG จึงกลายเป็นสถานีแห่งการเรียรู้ของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา ในการเข้าศึกษาดูงานด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง
โดยวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะอาจารย์และนักศึกษาสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เป็นอีกหน่วยงานที่ขอเข้าศึกษาดูงานและเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ BWG
โดยนักศึกษาที่เข้าร่วมชมกระบวนการทำงานจริงของการจัดการพื้นที่และการกำจัดกลิ่นที่ประสิทธิภาพระบุว่า สามารถสร้างมุมมองใหม่นอกห้องเรียน และเป็นการเปิดโอกาสการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จากภาคปฏิบัติ
รศ.ดร.บุญชัย วิจิตรเสถียร หัวหน้าสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสุรนารี กล่าวว่า การพานักศึกษาออกจากรั้วมหาวิทยาลัยมาดูระบบจัดการของเสียอันตรายในสถานที่จริง โดยเฉพาะจากโรงงานที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และมีศักยภาพในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสสำคัญในการเปิดโลกทัศน์ สร้างแรงบันดาลใจในวิชาชีพ และเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมบุคลากรรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต