ปอศ.รวบแม่บ้านกำมะลอ คดีออกใบกำกับภาษีปลอมของบริษัททิพย์ ถึง 535 ฉบับ ทำความเสียหายให้รัฐกว่า 129 ล้านบาท เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างสงสัยถูกนำชื่อไปใช้จดตั้งบริษัท

วันที่ 5 ส.ค. 2569 – พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการให้ พ.ต.อ.นฤพนธ์ กรุณา ผกก. 2 บก.ปอศ.พ.ต.ท.นพคุณ ทัศนมาลัย สว.กก.2 บก.ปอศ. นำกำลังจับกุม นางเอ (นามสมมติ) อายุ 57 ปี ตามหมายจับศาลภาษีอากรกลาง ที่ 136/2569 ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2569

ในข้อหา “ร่วมกันออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิที่จะออกตามกฎหมาย” ได้บริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ทั้งนี้ทราบว่า กรมสรรพากร เข้าร้องทุกข์ต่อ กก.2 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับบริษัทแห่งหนึ่ง ในฐานะนิติบุคคล และ นางเอ ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท โดยบริษัทดังกล่าวจดทะเบียนประกอบกิจการเกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ รวมถึงวัสดุก่อสร้าง ทั้งในลักษณะค้าปลีกและค้าส่ง

จากการสืบสวนพบว่า มีขบวนการนำบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นไปใช้จดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลหลายแห่ง และนำไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อออกใบกำกับภาษีให้ผู้ประกอบการรายอื่นนำไปใช้เครดิตภาษี ทั้งที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าหรือให้บริการกันจริง ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต้นฉบับใบกำกับภาษีขายของบริษัท พบว่ามีการออกใบกำกับภาษี จำนวน 535 ฉบับ และได้เชิญ นางเอ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงให้นำส่งเอกสารหลักฐานประกอบ แต่ไม่มีผู้ใดเข้าพบ

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบสถานประกอบการตามที่จดทะเบียนไว้ ก็ไม่พบว่ามีการดำเนินกิจการจริงอีกด้วย จึงเชื่อว่า ใบกำกับภาษีทั้ง 535 ฉบับ ไม่มีธุรกรรมซื้อขายเกิดขึ้นจริง ก่อนประเมินอากร เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 129,991,984.95 บาท และร้องทุกข์ดำเนินคดีกับบริษัทและกรรมการบริษัท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่มีผู้ใดเข้าพบ จึงเชื่อว่ามีพฤติการณ์หลบหนี และขออนุญาตศาลออกหมายจับ ก่อนติดตามจับกุม นางเอ ได้ดังกล่าว

สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่รู้จักบริษัทนี้ และไม่เคยเป็นกรรมการบริษัทใด ๆ มาก่อน พร้อมให้การว่า เมื่อปี 2558 เคยรู้จักหญิงรายหนึ่ง ซึ่งว่าจ้างให้ทำงานแม่บ้านในพื้นที่มีนบุรี รับค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท และให้ลงลายมือชื่อในเอกสาร พร้อมขอบัตรประชาชนไปเก็บไว้

อ้างว่าใช้สำหรับโอนเงินเดือนเข้าบัญชี โดยผู้ต้องหาไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดเอกสาร ก่อนจะลาออกในเวลาต่อมา และไม่ทราบว่าบัตรประชาชนและเอกสารดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ก่อเหตุหรือไม่ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน