พ่อเลี้ยงทำร้ายลูกเลี้ยง 3 ขวบ บาดแผลทั่วตัว อ้างเด็กซนทำมีดบาดตัวเอง ยอมรับเสพยาบ้า-ยาไอซ์ทุกวัน เจ้าหน้าที่ไปถึงรีบพาเด็กส่งรักษาทันที
วันที่ 6 สิงหาคม 2569 มูลนิธิเป็นหนึ่ง ประสาน พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมเจ้าที่ตํารวจ กก.ดส.บช.น. และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว นำกำลังไปที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร เพื่อเข้าช่วยเหลือเด็กชาย อายุ 3 ขวบ หลังได้รับการร้องเรียนว่า เด็กถูกพ่อเลี้ยงทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องจนได้รับบาดเจ็บ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือนำเด็กไปคุ้มครองยังที่ปลอดภัย
ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 3 ชั้น พบนายที (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) อายุ 30 ปี พ่อเลี้ยงเด็ก และน.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี แม่เด็ก จากการตรวจสอบพบว่าเด็กมีบาดแผลฟกช้ำตามร่างกาย โดยเฉพาะที่อวัยวะเพศมีร่องรอยถูกของมีคมบาด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที
ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง กล่าวว่า ได้รับการประสานจากพลเมืองดีว่าเด็กชายถูกพ่อเลี้ยงที่ติดยาเสพติดทำร้ายทุกวัน จนได้รับบาดเจ็บโดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ ยังไม่ได้รับการรักษาเลย ซึ่งครูที่ศูนย์เด็กเล็กเคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่ พม. มาดู และเอาไปส่งให้ยายที่ต่างจังหวัดได้ 2 เดือนแม่เด็กก็ไปรับกลับมา อีกทั้งในบ้านยังมีการมั่วสุมเสพยาด้วย
ก่อนหน้านี้เด็กเคยโดนซ้อมจนแขนหักแล้วไปรักษาโรงพยาบาล แต่แม่บอกเด็กล้มเองซ้ำยังปกป้องพ่อเลี้ยง ทางมูลนิธิเป็นหนึ่งจึงวางแผนเพื่อเข้าไปช่วยเด็กเพราะกลัวว่าเด็กจะแย่ไปกว่านี้ จากนั้นประสานไปยัง พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.บช.น. เพื่อให้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
ด้าน นายที ให้การว่า ตนออกจากคุกในคดีลักทรัพย์ มา 2 ครั้ง เพิ่งพ้นโทษมา 8 เดือน ปัจจุบันทำงานเป็นพนักงานล้างรถ ยอมรับว่ายังเสพบ้ากับยาไอซ์ทุกวัน ที่ผ่านมามีปากเสียงกับภรรยาบ้างแต่ก็ไม่เคยทำร้ายเด็ก ส่วนบาดแผลที่เห็นตามร่างกายของเด็กเกิดจากเด็กเล่นซนหกล้มเอง และยังนำมีดไปเล่นแล้วบาดตัวเอง แต่ไม่กล้าพาไปหาหมอเนื่องจากเกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนทำร้ายเด็ก
ขณะนี้ แม่ของเด็ก ยอมรับว่า บาดแผลที่เกิดตามร่างกายของเด็กทั้งหมดเป็นฝีมือของพ่อเลี้ยง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ กก.ดส. นำตัวพ่อเลี้ยงและแม่ของเด็กไปสอบปากคำ และรอผลการรักษาของแพทย์ ประกอบสำนวนคดี ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน. ทุ่งสองห้อง แจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป