ข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยารามยังไม่ยุติ ทายาทอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ระหว่างขอออกโฉนดใหม่ ตำรวจเร่งตรวจสอบเหตุปิดทางเข้า-ออก
จากกรณีมีกลุ่มบุคคลหลายรายนำท่อระบายน้ำและปูนซีเมนต์เข้ามาวางบริเวณทางเข้า-ออกวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนกังสดาล เขตเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมติดตั้งป้ายข้อความเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งของภายในพื้นที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด จนเกิดข้อสงสัยและมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 12 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง “นางเอ” (นามสมมติ ) ซึ่งระบุว่าเป็นทายาทและหลานสาวของเจ้าของที่ดินเดิม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีพิพาท โดยนางเอให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า ประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
นางเอ ระบุว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ และหากรวมพื้นที่ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกันจะมีเนื้อที่ประมาณ 28 ไร่เศษ เดิมเป็นที่ดินของคุณตาของตน โดยครอบครัวเห็นว่าปัจจุบันกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวยังคงเป็นของเจ้าของเดิม และอยู่ระหว่างกระบวนการขอออกโฉนดที่ดินใหม่กับสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น
ตามข้อมูลที่ได้รับ ระบุว่าสำนักงานที่ดินได้ดำเนินการประกาศเกี่ยวกับการออกโฉนดเป็นระยะเวลา 30 วัน โดยครบกำหนดวันที่ 27 ส.ค. 2569 ซึ่งหากไม่มีผู้คัดค้านหรือดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด กระบวนการจะดำเนินต่อไปตามขั้นตอนของสำนักงานที่ดิน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นรายละเอียดจากฝ่ายทายาท และยังอยู่ระหว่างกระบวนการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางเอ ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการจัดตั้งวัด โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวควรได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของเอกสารสิทธิ์ที่ดิน การขออนุญาตก่อสร้าง และสถานะของสถานที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงสถานะของวัดป่าอดุลยารามนั้น นางเอ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลที่ครอบครัวมีอยู่ ยังไม่พบชื่อวัดดังกล่าวในข้อมูลทำเนียบวัดของเขตคณะสงฆ์ภาค 9 พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายทายาท และควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการ
ทายาทชี้มีการมอบโฉนด แต่มีเงื่อนไขการทำนิติกรรม
นางเอ กล่าวว่า เดิมคุณตาของตนมีความตั้งใจที่จะมอบที่ดินเพื่อใช้ในการสร้างวัด เนื่องจากในขณะนั้นเป็นผู้จัดสรรที่ดินและดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน จึงมีแนวคิดที่จะจัดสรรพื้นที่เพื่อสร้างวัด โดยระบุว่ามีการมอบโฉนดให้เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2533
อย่างไรก็ตาม นางเอ อ้างว่า ในเอกสารดังกล่าวมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการทำนิติกรรม โดยจะดำเนินการเมื่อการก่อสร้างวัดแล้วเสร็จและมีองค์ประกอบตามที่กำหนด รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับวิสุงคามสีมาตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา เจ้าของที่ดินเดิมเสียชีวิตเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2534 ทำให้ทายาทมีความเห็นว่าเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการทำนิติกรรมยังไม่เกิดขึ้น จึงเห็นว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงเป็นของเจ้าของเดิมและตกทอดตามกฎหมาย ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับผลทางกฎหมายของเอกสารและเงื่อนไขดังกล่าวยังเป็นข้อพิพาทที่ต้องพิจารณาจากเอกสารและข้อเท็จจริงทั้งหมดโดยหน่วยงานหรือกระบวนการที่มีอำนาจ
นางเอ กล่าวว่า ครอบครัวติดตามเรื่องดังกล่าวมาเป็นเวลานานกว่า 20 ปี และที่ผ่านมาไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ในทันที เนื่องจากต้องการให้เกียรติพระภิกษุและผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ พร้อมระบุว่า หลังจากนี้ครอบครัวมีแผนจะดำเนินการเกี่ยวกับพื้นที่ตามสิทธิที่ตนเห็นว่ามีอยู่ โดยจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
ตำรวจเร่งตรวจสอบกลุ่มบุคคลนำวัสดุปิดทางเข้า-ออก
ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับฝ่ายปกครอง กรมที่ดิน และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น เข้าพบและพูดคุยกับพระครูอดุลย์สารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามแล้ว เจ้าหน้าที่ได้จัดมาตรการดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่เพิ่มเติม
โดยตำรวจจะเพิ่มการตรวจตราบริเวณวัด ทั้งสายตรวจรถจักรยานยนต์และรถยนต์ หากพระภิกษุภายในวัดมีความจำเป็นต้องเดินทางไปทำกิจธุระ สามารถประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่ออำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยได้
ส่วนเหตุการณ์ที่มีกลุ่มบุคคลนำวัสดุก่อสร้างเข้ามาวางบริเวณทางเข้า-ออกนั้น พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐาน ทั้งภาพจากคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณเส้นทางและพื้นที่ใกล้เคียง
เบื้องต้นจากการตรวจสอบภาพวงจรปิด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบุคคลที่ปรากฏในภาพเป็นบุคคลจากพื้นที่ใด เนื่องจากขณะเกิดเหตุไม่ปรากฏว่ามีคู่กรณีเข้าไปเผชิญหน้ากันในบริเวณดังกล่าว
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า จากพยานหลักฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของยานพาหนะที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ โดยพบว่ารถบางคันที่ปรากฏในภาพมีลักษณะปิดบังป้ายทะเบียนหรือข้อมูลบางส่วนของรถ จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถระบุตัวบุคคลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้สรุปว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิด และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับข้อพิพาทเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์และสถานะของที่ดินดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ข้อมูลจากฝ่ายทายาทและฝ่ายวัดอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงต้องรอเอกสารหลักฐานและการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจ ก่อนจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงหรือสถานะทางกฎหมายของที่ดินได้อย่างเป็นทางการ