ตำรวจเร่งล่าตัว “เสือ”มือปืน จ่อยิงหน้าผากเพื่อนร่วมงาน หน้าเต็นท์รถมือสองเสียชีวิต พบเบาะแสหลบซ่อนกลางทุ่งนา
เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 13 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายบัลลังค์ อายุ 33 ปี ชาวสุพรรณบุรี ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจ่อยิงบริเวณหน้าผากจนได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดบริเวณถนนโรจนะขาออก หน้าสถานที่จำหน่ายรถยนต์มือสอง หมู่ 2 ต.สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ล่าสุด นายบัลลังค์เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลราชธานี หลังเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนปืน โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างนำร่างส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี เพื่อหาสาเหตุและรายละเอียดทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม
ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับ นายจันดี หรือเสือ อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุแล้ว
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญตัว ลุงมา อายุ 67 ปี มาสอบถามข้อมูล หลังพบเบาะแสเส้นทางหลบหนีของนายเสือ โดยตำรวจพบข้อมูลว่า เสือไปหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณกลางทุ่งนาในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกลับไม่พบตัว
จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบเสื้อผ้า 1 ชุด ซึ่งคาดว่าเป็นชุดที่นายเสือสวมใส่หลังก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบขวดเหล้าขาวจำนวน 2 ขวดที่ถูกดื่มจนหมด รวมถึงกองไฟที่ยังมีร่องรอยหลงเหลืออยู่ เจ้าหน้าที่จึงคาดว่านายเสืออาจใช้พื้นที่ดังกล่าว เป็นจุดพักแรมในช่วงกลางคืน ก่อนหลบหนีต่อไป จึงเก็บหลักฐานทั้งหมดกลับไปตรวจสอบที่สถานีตำรวจ
ด้านลุงมา เปิดเผยว่า ปกติตนจะเดินทางมาที่ขนำนาเป็นประจำทุกวัน และจะกลับบ้านประมาณ 18.00 น. กระทั่งช่วงเช้าวันนี้ เวลาประมาณ 06.00 น. เมื่อเดินทางมาถึง พบกองไฟ ร่องรอยการย่างปลา ขวดเหล้าขาวที่ดื่มหมดแล้ว 2 ขวด และชุดยูนิฟอร์มโรงงาน 1 ชุดถูกถอดทิ้งไว้ แต่ขณะนั้นไม่ทราบว่าเป็นเสื้อผ้าของผู้ก่อเหตุ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาสอบถาม จึงทราบ
ลุงมา ยืนยันว่า ไม่ทราบมาก่อนว่า นายเสือ ไปก่อเหตุ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือให้ที่พักพิงแต่อย่างใด โดยรู้จักกับนายเสือ เนื่องจากอีกฝ่ายมักมาตกปลาในบริเวณดังกล่าวเป็นประจำ และเพิ่งพบกันเมื่อประมาณ 2 วันก่อน แต่ไม่ทราบถึงปัญหาส่วนตัว หรือความขัดแย้งกับผู้เสียชีวิต
สำหรับลักษณะนิสัย ลุงมา ระบุว่านายเสือเป็นคนอารมณ์ร้อน และมักมีปากเสียงกับภรรยาเป็นประจำ แต่ไม่เคยพูดถึงปัญหากับเพื่อนร่วมงานให้ฟัง นอกจากนี้ ลุงมายังระบุว่า ตนไม่มีโทรศัพท์มือถือ และไม่ได้เล่นโซเชียลมีเดีย จึงไม่ทราบข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ภายหลังให้ข้อมูล ลุงมาได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังขนำนา ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 6-7 กิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่กลางทุ่งนา ต้องใช้เส้นทางลูกรังเข้าไป ภายในพื้นที่ยังพบกองฟืนที่คาดว่าใช้ก่อไฟ ร่องรอยการพักแรม และขวดเหล้าขาว 2 ขวดวางอยู่บนโต๊ะม้าหิน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานเพื่อเชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัย
ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ นายเสือใช้หลบหนี ลุงมาให้ข้อมูลว่าเป็นรถจักรยานยนต์ Honda Wave สีไม่ทราบแน่ชัด ไม่มีไฟส่องสว่าง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นเบาะแสสำคัญให้เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางหลบหนี
เบื้องต้นตำรวจเร่งติดตามตัวนายจันดี หรือเสือ มาดำเนินคดี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และวัตถุพยานที่พบในจุดต้องสงสัย เพื่อคลี่คลายสาเหตุการก่อเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป