“โตโน่” ฝันเป็นจริงไม่ใช่แต่เพ้อ! ถือหุ้น50% ร่วมเป็นเจ้าของสโมสร “ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด” ปั้นเด็กอีสานสู่อนาคตฟุตบอลไทย รับเจอปัญหาทุกวันแต่ยังรัก ไม่ทิ้งงานแสดง

โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ เปิดใจหลังเข้าเข้าถือหุ้น 50% และดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอล ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด ล่าสุด โตโน่ มาร่วมงานแถลงข่าว BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL 2026 บริเวณ SCBX NEXT ชั้น4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน และได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ ว่าจะหันหลังให้งานแสดงเลยหรือไม่?

ปีนี้จะมีผลงานแบบภาพยนตร์ให้ชมมั้ย?
“มีนะครับ มีภาพยนตร์ติดต่อเข้ามา แต่ว่าผมยังไม่มั่นใจว่าจะเริ่มเปิดกล้องได้ตอนไหนนะครับ ตอนนี้ก็คงจะยังพูดอะไรมากไม่ได้ครับ”

เรื่องที่เรารับไว้ก่อนหน้านี้ใช่มั้ยที่เปิดตัวไป?
“ทั้งเรื่องที่คุยไปแล้วด้วย แล้วก็เรื่องใหม่ด้วยครับ แต่ว่าตอนนี้โฟกัสอยู่ที่ฟุตบอลหมดเลย (หัวเราะ) ใกล้เปิดฤดูกาลแล้วครับ”

มันมีบทบาทแบบอย่างที่เราอยากรับมั้ย?
“มีนะครับ มีที่ติดต่อมาแล้วผมรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก แต่ว่าก็อย่างที่บอกครับ เราก็ต้องรอให้ทั้งกอง ทั้งผู้กำกับ นักแสดงทุก ๆ คน คิวลงตัวก่อน ตอนนี้ก็โฟกัสที่ร้อยเอ็ดไปก่อนครับ เดือนหน้าก็แข่งจริงแล้วครับ”

มีส่วนร่วมยังไงกับทีมร้อยเอ็ดบ้าง เป็นทั้งหุ้นส่วนทางสโมสรด้วย แล้วก็ทั้งประธานสโมสรเลย?
“ผมว่าผมก็ชื่นใจนะครับ ตอนเด็ก ๆ ผมทำได้แค่เล่นเกม การที่เราจะคิดว่าวันหนึ่งเราจะเป็นเจ้าของสโมสร ผมว่าตอนเด็ก ๆ ก็คงเป็นเรื่องแบบเพ้อฝันนะครับ แต่พอวันหนึ่งเราได้มีโอกาสที่จะทำ ก็ทั้งเหนื่อย ทั้งภูมิใจ แต่ในทุก ๆ วันก็ต้องแก้ปัญหาทุกวัน เพราะว่าคนเยอะ ถ้าเราจะทำให้ทีมเราดีขึ้น มันก็ต้องใส่ใจในหลาย ๆ ด้าน แต่ว่าผมโชคดีที่ร้อยเอ็ดเป็นทีม มีทีมเดียว เป็นทีมเดียวของจังหวัด แล้วแฟนบอลก็ค่อนข้างจะให้การตอบรับที่อบอุ่นมาก ๆ อันเนี้ยชื่นใจมากครับ เสื้อของที่ระลึกค่อนข้างที่จะขายดี ผมทำรุ่นไหนออกมาก็ขายหมดเลยครับ ก็รู้สึกดีใจกับนักเตะทุก ๆ คนครับ นี่ทีมเราเพิ่งมีหมอ กำลังมีหมอประจำทีม แล้วก็เด็ก ๆ ทั้งทีมฟุตบอล แล้วก็อะคาเดมีก็มีอาหารเสริม มีโปรตีน มีอะไรพวกนี้เข้ามาช่วยพวกเขา ผมก็รู้สึกว่าดี เพราะว่าบางคนไม่ได้มีเงินเดือนที่สูง การที่เราให้ความสำคัญในเรื่องของโภชนาการอาหาร ผมคิดว่าเยาวชนนักเตะจะได้แข็งแรงครับ จะได้สู้กับต่างชาติเขาได้”

อย่างตอนนี้ปัญหาที่เจอ พี่โน่เจอปัญหาอะไรไรบ้าง?
“โอ้ย เยอะหน่อย (ทำท่าคิด) ผมว่าเรื่องของความรู้สึกไม่ง่ายเหมือนกันนะครับ ที่จะทำให้แบบทุก ๆ คนมีความสุข ทุก ๆ คนแบบแฮปปี้อยู่ได้ดี เพราะว่าทุก ๆ คนในแต่ละวันก็จะเจอปัญหาแตกต่างกันออกไป ทั้งปัญหาครอบครัว ปัญหาชีวิต เรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่ว่าเราจะทำยังไงให้ทุก ๆ คนมีเป้าหมาย แล้วก็มีโฟกัสในสิ่งเดียวกัน ในฐานะของสโมสรก็คงจะพยายามช่วยให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ครับ”

รู้สึกไงที่พอเราไปเข้าไปอยู่ในจังหวัดนั้นแล้ว เราไปเติมเต็มสิ่งต่าง ๆ ไม่ใช่แค่แบบฟุตบอล ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน เข้าสนาม ดึงดูดเหมือนเป็นประชาสัมพันธ์ไปในตัวด้วย?
“จริง ๆ แล้วผมว่าเหมือนเติมเต็มให้กันและกันมากกว่าครับ เพราะว่าร้อยเอ็ดก็ช่วยผมไว้เยอะเหมือนกันนะครับ ในเรื่องของความรู้สึก ผมรู้สึกว่าไปที่นั่นแล้วผมได้รับความรัก แล้วก็แฟนบอลก็น่ารักครับ ส่วนตัวเราเอง เจ้าของตัวจริงคือคนร้อยเอ็ดอ่ะครับ ผมแค่เป็นคที่ โอเคตามกฎหมาย แต่เจ้าของจริง ๆ ทีมจะอยู่รอดได้ หรืออยู่รอดไม่ได้ ไม่ใช่อยู่ที่ผม อยู่ที่ว่าคนร้อยเอ็ดเข้ามาเชียร์มั้ยครับ เราทำให้เขารักทีมได้มั้ย แล้วเขารักทีมจริงๆ มั้ย ซึ่งผมว่าตั้งแต่มิถุนายนที่เข้าไปถือหุ้น แล้วก็ได้เริ่มบริหารมาจนถึงวันนี้ ค่อนข้างจะชื่นใจครับ ผมเห็นนักฟุตบอลเรามีอนาคตที่ดีขึ้น ได้รับเงินเดือนที่ตรงมีวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย มีฟิตเนสเข้ามาช่วย มีโปรตีนเข้ามาช่วย มีโค้ช มีสตาฟฟ์ที่คอยใส่ใจ ผมก็ดีใจครับ เพราะว่าในทุกวันนี้งานก็หายากใช่มั้ยครับ แล้วก็ยิ่งกฎใหม่คือต่างชาติก็ลงได้มากขึ้น คนไทยก็น้อยลง คนไทย นักฟุตบอลไทยก็จะเริ่มไม่มีงานทำ เริ่มตกงานอะไรเงี้ยครับ การที่เรากล้าที่จะให้เยาวชน โดยเฉพาะเด็ก ๆ อีสานได้มีโอกาสได้พัฒนาตัวเอง ได้ลงเล่น ได้เงินเดือน ผมเห็นผมก็ชื่นใจไปด้วย”

เครียดมั้ย หรือกดดันมั้ยในครั้งที่เราต้องมาดูแลอะไรเยอะ ๆ แบบเนี้ย?
“ผมว่าก็เครียดนะครับ คืออย่างที่บอก ทุก ๆ วันมันจะมีปัญหาเข้ามาหมดครับ มีทุกอย่างครับ คนมันเยอะครับ แต่ว่าเราดันรักอ่ะครับ แล้วเราก็รู้สึกสนุกอ่ะครับ มันเหมือนกับเราได้เล่นเกมตอนเด็ก ๆ แต่อันนี้มันเป็นชีวิตจริง แล้วเราเห็นคนจริงๆ แล้วที่สำคัญคือไม่ใช่ใครที่ไหน เด็กไทย เด็กอีสานบ้านผม แล้วผมก็เลยรู้สึกชื่นใจ ภูมิใจกับตัวเขา แต่ว่าโอเค ผลการแข่งขันเราจะเริ่มแข่งกันจริงๆ คือเดือนหน้า แต่ว่าตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันนี้ ผมเห็นว่าเขาแข็งแรงขึ้น เขาฟิตขึ้น เขาเก่งขึ้น แล้วเขารักกัน อันเนี้ยผมก็ชื่นใจครับ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่แข่งแล้วแพ้นั่นแหละครับ เราจะยังรักกันอยู่มั้ย แฟนบอลจะยังให้การสนับสนุนอยู่มั้ย อันเนี้ยต้องต้องดูกันยาว ๆ”

คือพี่โน่เข้าไปซื้อทีมเลยเหรอ?
“ครับ ไปถือหุ้นครับ เป็นเจ้าของร่วมกับทางคุณบุ๊กครับ“

จะไม่ได้เหมือน ๆ ที่ 2 สโมสรที่ผ่านมา?
”ใช่ครับ อันนั้นก็คือไปช่วยบริหารใช่มั้ยครับ แต่วันนี้เราเป็นเจ้าของเต็มตัวครับ แต่ว่าเรารับตำแหน่งประธานบริหารด้วย“

ก็แสดงว่าไม่ว่าจะยังไง พี่โน่ก็ต้องยังอยู่กับทีมนี้อย่างแน่นอน?
”ก็จนกว่าเราจะทำไม่ไหวครับ ถ้าเกิดว่าทีมมันไม่ดีขึ้น หรืออะไรเงี้ย ก็อาจจะค่อยว่ากันนะครับ แต่ว่าตอนนี้เรา เราผมอยากทำให้มันดีที่สุด“

จำนวนเม็ดเงินที่พี่โน่ลงไปเยอะประมาณไหนครับ?
”ไม่ต้องทราบดีกว่า“

หลายคนก็กลัวว่าพี่โน่จะเบนเข็มไปทางนี้ แล้วทิ้งงานในวงการหรือเปล่า?
”ไม่นะ ผมก็รักงานแสดงอยู่แล้วครับ แต่หมายความว่างานทางฟุตบอล ถ้าเราไม่ใส่ใจมันไม่ง่ายครับ หนังก็เหมือนกันครับ ถ้าเราไม่ทุ่มเท ไม่โฟกัสกับอะไรสักอย่างหนึ่ง มันไม่ใช่จะสำเร็จง่าย ๆ ครับ ดังนั้นเวลาเราทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็คงจะโฟกัสกับหน้าที่ของเราตรงนั้นให้ดีที่สุด พอดีในพาร์ตตอนนี้ผมเป็นประธานสโมสร ผมเป็นเจ้าของร่วม ผมมีนักฟุตบอล 30 กว่าคน มีสตาฟฟ์อีก 10 กว่าคน ไหนจะทีมหลังบ้านอีกนะครับ รวม ๆ กันแล้วก็เกือบ 100 ผมว่าผมอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ผมอยากเห็นเด็กไทยเราติดทีมชาติมากขึ้น อยากเห็นน้อง ๆ ได้มีโอกาสไปต่างประเทศ ไปทีมใหญ่ ๆ อะไรเงี้ยครับ มีเงินเดือนที่ดี ดูแลครอบครัวเขาได้ครับ“

มันก็จะเหมือนเราทำเหมือนพวกดาราต่างประเทศที่แบบซื้อสโมสรอะไรพวกนี้มา?
”จริง ๆ เขาก็เป็นแรงบันดาลใจนะ ผมดูอย่าง ไรอัน เรย์โนลด์ส (Ryan Reynolds) ที่ซื้อเร็กซ์แฮม (Wrexham) อย่างเงี้ยครับ ผมก็เอาวิธีการทำงานของเขา บางทีก็เอามา เอามาดูว่าเราปรับเปลี่ยน หรือว่า adapt ยังไงให้มันเข้ากันกับสถานการณ์ของสโมสรเราได้มั้ยครับ ซึ่งก็ช่วยได้เหมือนกัน“

ก็คือเรียกว่าไม่ทิ้งวงการครับ คู่ ๆ กันไป?

”ใช่ ๆ ครับ“

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน