ยศชนัน ย้ำไทยควรวางตัวเป็นกลางด้าน AI หากสหรัฐฯจี้เลือกข้าง ชี้ต้องสร้างพื้นฐานให้แข็งแรง อยู่ได้แม้ถูกปฏิเสธ จ่อหารือ กต.วางท่าที
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมแจ้งประเทศพันธมิตร ต้องเลือกข้างในการแข่งขัน ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กับประเทศจีนว่า เรื่อง AI มีหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มที่ทำเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งมีการพูดคุยกันในกลุ่มพอสมควร
จากการเดินทางร่วมประชุม AI ยังประเทศจีน ในการประชุมสุดยอดอินเทอร์เน็ตโลก (WIC) ซึ่งอาจจำเป็นจะต้องเข้าร่วม แต่ก็จะต้องมีบางมุมที่ต้องพิจารณา แต่ในส่วนของประเทศไทย หากต้องการได้เปรียบที่สุดจะต้องเป็นประเทศที่เป็นกลาง
ฉะนั้น ในมุมการเข้าร่วมจะต้องมีมุมเหล่านี้ เลยจะต้องหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ว่าจะวางตัวอย่างไร เพื่อหาแง่มุมต่างๆ
เมื่อถามว่ามองว่าการเลือกข้างมีความจำเป็นหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ท้ายที่สุด เป็นอย่างที่ตนพูดมาตลอด ตอนนี้ภายในเราพยายามทำความเข้มแข็ง ในส่วนที่เราจำเป็นต้องเข้มแข็งในเรื่องพื้นฐานที่ขาดไม่ได้เลย ซึ่งที่ผ่านมาเราคุยกับหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ในเรื่องพื้นฐานของไทยให้เข้มแข็ง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกต่อรองโดยตลอด
ฉะนั้น ที่เร่งทำมา 2-3 เดือน เพื่อให้เรามีเรื่องพื้นฐานเป็นของเราเอง แม้จะถูกปฏิเสธบางเรื่องแต่ก็พออยู่ได้ และมีความคืบหน้าพอสมควร ไม่ต้องกังวล เพราะติดตามเรื่องนี้อยู่ตลอด ทั้งนี้มีการเตรียมทีมคนทั้งในและต่างประเทศ ให้ทำเรื่องเหล่านี้ร่วมกัน ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ควรเป็นตัวตั้ง
จากนั้นก็ดูว่าเรื่องไหนยอมได้หรือไม่ ไม่ใช่ไปดูว่าเรายอมใครหรือไม่ยอมใคร แต่ต้องอยู่ที่พื้นฐานของเราจริงๆ ว่าเรื่องไหนเป็นของเรา และมีความเข้มแข็งในเรื่องใด จากนั้นนำไปสู่การตั้งแผนต่างๆ ซึ่งเคยเป็นแผนที่เคยทำอยู่แล้ว และต้องเร่งทำให้เข้มแข็งโดยเร็วที่สุด
เมื่อถามว่าการออกมากดดันของประเทศมหาอำนาจเช่นนี้ ไทยจะวางตัวเป็นกลางอย่างไรให้อยู่ได้ นายยศชนัน กล่าวว่า ความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่สำคัญมาก การลงทุนเรื่องนี้อย่างจริงจังจะต้องเกิดขึ้น เราพูดมาตลอดว่าเรื่องโครงสร้างพื้นฐานควรทำเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ AI อย่างเดียว
AI คือชั้นบนสุดข้างล่างคือเรื่องข้อมูลทั้งหมด รัฐบาลคิดคนเดียวไม่ได้ ภาคเอกชนต่างๆ ต้องเข้ามาร่วม แต่ตรงไหนเสี่ยง รัฐบาลจะเริ่มทำให้ก่อน ตรงไหนเริ่มเห็นผลทางธุรกิจ ภาคเอกชนก็เข้ามาเชื่อมโยง ฉะนั้น เรื่องความจำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ และความปลอดภัยด้านไซเบอร์ มีความเชื่อมโยงกันหมด เราทำมาตลอด 3 เดือนนี้
นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าพูดถึงเรื่อง AI แล้วถามว่าต้องร่วมหรือไม่ร่วม แต่พื้นฐานจริงๆคือเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ ความปลอดภัย และข้อมูลต่างๆด้วย ฉะนั้น ถ้าเรามีฐานข้อมูลก็จะมีเอกราช ฐานข้อมูลว่า AI ตัวใดจำเป็นต้องร่วมมือ กับใคร หรือตัวไหนที่จะร่วมมือกับใครได้บ้าง
นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าเรามีพื้นฐานที่แน่น ก็จะตอบง่ายเลยว่าเรื่องนี้ควรไปกับคนไหน หรือจะไปกับคนนี้ในเรื่องไหน แต่ถ้าเราไม่มีพื้นฐานก็จะกลัว และความกลัวจะเกิดขึ้น ฉะนั้น เรื่องนี้ มองว่าควรต้องลงทุนจริงๆ
ทุกคนต้องมาร่วมกัน ใช้คอนเนคชั่น ทั้งรัฐและเอกชน ผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพราะมองว่า AI เป็นสับเซตของเทคโนโลยี และอยากให้มองในภาพรวมว่าจะเป็นโอกาสของไทย ที่ทุกคนตระหนักและมองเห็นว่าจะต้องทำอย่างจริงจัง
เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจกับนักลงทุนอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ขอให้มั่นใจ เพราะเราทำ กรอ. 4 ขา คือ 1.ด้านลงทุน กำกับดูแลโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง
2.การขาย กำกับดูแลโดยนางศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์
3.คนและเทคโนโลยี ซึ่งตนเป็นผู้กำกับดูแลจะเชื่อมโยงกับด้านการลงทุนและการค้าขาย ฉะนั้น ขณะนี้เราเตรียมความพร้อม อย่างชัดเจน จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นกับนักลงทุน และเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย มีความสามารถในการดึงดูดและถ่ายทอดเทคโนโลยีออกมาได้ โดยไม่เสียเปรียบประเทศใด ซึ่งเราสามารถมองในเรื่องกฎระเบียบ ใช้กรอ. เป็นตัวขับเคลื่อน
4.การพัฒนาและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแล