โรงพยาบาล เร่งตรวจสอบปม พยาบาลแช่งผู้ป่วย หลังหญิงโพสต์รอตรวจ ก่อนเสียชีวิตสลด แห่วิจารณ์สนั่น ด้าน ลูกชาย คาใจปมเสียชีวิต ทั้งที่แม่จะได้ออกจากรพ.แล้ว

วันที่ 17 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในพื้นที่และสื่อสังคมออนไลน์ หลังหญิงรายหนึ่งเสียชีวิต ภายหลังปรากฏภาพและข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งโพสต์ระหว่างอยู่ภายในสถานพยาบาล พร้อมภาพความผิดปกติที่ปรากฏตามร่างกายหลายตำแหน่ง

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายหนึ่ง ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเหตุที่แม่หมดสติในห้องน้ำ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบโพสต์แรกระบุสถานที่ว่า ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น พร้อมข้อความว่า “กูมาแต่ 12.00 จนป่านนี้ถ้าบ่ตรวจให้กูแต่ตายยุบ้านโลด” เป็นการกล่าวอ้างว่า ผู้โพสต์เดินทางมาถึงโรงพยาบาลตั้งแต่เวลา 12.00 น. และกำลังรอรับการตรวจ

โพสต์ดังกล่าวมียอดแสดงความรู้สึกประมาณ 4.2 พันครั้ง มีความคิดเห็น 2.1 พันข้อความ และถูกแชร์ออกไปประมาณ 1.9 พันครั้ง

ส่วนอีกโพสต์หนึ่งมีข้อความว่า “นอนโรงบาลจักอาทิตย์เด้อลูกค้าหนักยุค” พร้อมภาพร่างกายหลายตำแหน่งระหว่างเข้ารับการรักษาจากภาพบริเวณใบหน้า เห็นหญิงรายดังกล่าวนอนตะแคงอยู่บนเตียง สามารถลืมตาได้ แต่สีหน้าดูอ่อนเพลียและอิดโรย ริมฝีปากมีสีแดงคล้ำและดูบวม ส่วนอีกภาพเป็นภาพระยะใกล้ของใบหน้าขณะอยู่บนเตียงผู้ป่วย

ภาพบริเวณฝ่ามือปรากฏจุดและปื้นสีชมพูถึงแดงหลายขนาด กระจายอยู่บริเวณกลางฝ่ามือ โคนนิ้ว และบางส่วนของนิ้วมือ ขณะที่บริเวณต้นขาปรากฏปื้นสีชมพูแดงรูปร่างไม่สม่ำเสมอหลายแห่ง บางจุดมีสีจาง ส่วนบางจุดเห็นเป็นรอยแดงอย่างชัดเจน

อีกภาพปรากฏรอยแดงอมม่วงหลายแห่ง กระจายบริเวณลำตัวส่วนล่าง มีลักษณะเป็นจุดและปื้นหลายขนาด อย่างไรก็ตาม คุณภาพและมุมของภาพไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ารอยดังกล่าวนูนเป็นตุ่มหรือไม่ อีกทั้งไม่พบตุ่มน้ำ แผลเปิด หรือหนองอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ในช่องความคิดเห็นปรากฏข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต ระบุว่า “ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ครับ ผมเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต” พร้อมอ้างว่า ที่จริงแล้วแม่น่าจะได้ออกจากโรงพยาบาลในวันนั้นหรือวันถัดไป

แต่ช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ของวันดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งว่า แม่หมดสติภายในห้องน้ำขณะไปทำธุระ ศีรษะฟาดพื้น และมีเลือดคั่งในสมอง โดยเหตุเกิดหลังจากสิ้นสุดเวลาเยี่ยมญาติแล้ว

ลูกชายตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดครอบครัวจึงไม่ได้พาแม่ไปเข้าห้องน้ำ โดยระบุว่า เมื่อสอบถามแพทย์กลับได้รับคำตอบไม่ชัดเจน และยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พบแม่หมดสติ เป็นคนไข้ที่อยู่ภายในตึกเดียวกันหรือพยาบาลที่เข้าเวร

ตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงปล่อยให้ผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง และไม่มีผู้สังเกตว่าผู้ป่วยลุกออกจากเตียง พร้อมระบุว่า เวลาผ่านไปตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย เดิมครอบครัวเข้าใจว่าจะมีการผ่าตัด แต่ท้ายที่สุดไม่ได้ผ่าตัด

กระทั่งช่วงบ่าย 2-3 มีการย้ายตึกและย้ายห้อง ก่อนครอบครัวจะได้รับคำตอบสุดท้ายว่าไม่สามารถช่วยได้ทัน เนื่องจากมีเลือดออกมาก

แม่ล้มตั้งแต่ช่วงกลางคืน และมีการโทรแจ้งพ่อในเวลาประมาณ 04.00 น. ขณะที่เวลาเยี่ยมญาติรอบสุดท้ายอยู่ระหว่าง 18.00-20.00 น. จึงตั้งคำถามว่า หลังหมดเวลาเยี่ยมแล้ว การดูแลผู้ป่วยเป็นหน้าที่ของพยาบาลหรือไม่

ลูกชาย ยังระบุว่า ตน พ่อ และญาติไม่ได้สอบถามรายละเอียดในเวลานั้น เนื่องจากอยู่ในอาการช็อก ทำอะไรไม่ถูกและไม่รู้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ จึงได้แต่ยอมรับสถานการณ์ ทั้งที่แม่ควรได้กลับบ้าน แต่กลับต้องนำร่างไร้วิญญาณกลับไปแทน

พร้อมระบุว่า ขณะนี้ครอบครัวกำลังประกอบพิธีตามศาสนา อย่างไรก็ตาม ข้อความทั้งหมดเป็นข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ซึ่งระบุว่าเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต โดยยังอยู่ระหว่างการติดต่อเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เกี่ยวข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าวกำลังกลายเป็นกระแสดราม่าอย่างหนักในพื้นที่และบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะสาปแช่งให้ผู้ป่วยเสียชีวิต

และมีการระบุในโลกออนไลน์ว่า ผู้แสดงความคิดเห็นรายหนึ่งเป็นพยาบาล แต่จากข้อมูลที่ได้รับขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันตัวตน วิชาชีพ หรือหน่วยงานต้นสังกัดของบุคคลดังกล่าว

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวสอบถามข้อเท็จจริงไปยังโรงพยาบาล โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้รายละเอียดเกิดความคลาดเคลื่อนหรือถูกบิดเบือน และจะชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้งในภายหลัง

ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับยังไม่ระบุอายุและที่อยู่ของผู้เสียชีวิต วันและเวลาเสียชีวิต ผลการตรวจทางการแพทย์ ตลอดจนสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่สามารถสรุปความเชื่อมโยงระหว่างรอยแดงตามร่างกาย ระยะเวลารอรับการตรวจ เหตุหมดสติภายในห้องน้ำ และการเสียชีวิตได้ จนกว่าจะมีผลตรวจสอบและคำชี้แจงจากโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน