กมธ. กระจายอำนาจฯ เผยหาช่องช่วยข้าราชการที่บรรจุแล้ว ได้เลือกพื้นที่ก่อน หลังโดน 5,925 คน เบียดโควตา เสนอ กรรมการกลางออกมติพิเศษเยียวยา

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)กระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม มีพิจารณา เรื่อง การเสียสิทธิบางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ และพนักงานส่วนท้องถิ่นในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายการทุจริตสอบแข่งขันข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2568

โดยมีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) พร้อมกับ 3 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ

นายคงกฤษ แถลงผลการประชุมว่า นายวรศิษฎ์ ได้เข้ามาชี้แจงต่อ กมธ. แต่ยังมีบางประเด็นที่รัฐมนตรียังไม่สามารถตอบชี้แจ้งได้ เนื่องติดภารกิจ โดยได้มอบหมายให้ผู้บริหารของ สถ. ชี้แจง และมีนายกสมาคมอบต.โดยพิจารณาประเด็นสำคัญ คือ ผู้ที่ได้รับการบรรจุซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต และผู้ที่กำลังจะได้รับการบรรจุ 3,000 กว่าตำแหน่ง ภายหลังจากที่ตัดสิทธิ์ผู้ทุจริตสอบไปแล้ว จะมีสิทธิ์เลือกบรรจุในจังหวัดที่ต้องการหรือไม่

ด้าน นายวีระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการสอบถาม รมช.มหาดไทย ทำให้ตนมั่นใจว่าผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งปกครองของมติกรรมการกลางให้เพิกถอนผู้ที่ทำทุจริต 5 พันกว่าราย ให้แล้วเสร็จภายใน 30 ส.ค. หากไม่ปฏิบัติตามอาจจะผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายวีระศักดิ์ กล่าวต่อว่า มีประเด็นว่าเมื่อเพิกถอนสิทธิผู้ที่ทำทุจริตแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ทุจริตแต่ได้รับการบรรจุแล้ว จะมีสิทธิเลือกจังหวัดที่ต้องการอีกรอบหรือไม่ เพราะจะต้องคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ต้องหาวิธีการให้กับกลุ่มคนดังกล่าว เนื่องจากติดล็อกระเบียบที่กำหนดว่าหากจะย้ายอีกครั้ง ต้องอยู่ที่เดิมก่อน 2 ปี

ทางผู้บริหาร สถ.ได้รับทราบข้อกังวลนี้แล้ว และรับปากจะดำเนินการ ขณะเดียวกันประธานกับรองประธานกมธ.กระจายอำนาจ ให้เวลา 15 วัน แล้วกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองประธานและโฆษก กมธ. กล่าวว่า ทาง สถ.ยืนยันให้ผู้ที่บรรจุแล้วอยู่ที่เดิม เชื่อว่าการฟ้องร้องจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน เพราะว่าสิทธิ์ที่เขาควรจะได้ถูกลดทอนลงไป ทาง กมธ.จึงเสนอแนะว่าอาจต้องมีมติของกรรมการกลางเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเยียวยา เพราะหลังจากที่จะมีการประกาศคะแนนใหม่ คนกลุ่มนี้จะได้เลื่อนขึ้นเป็นลำดับต้นๆ จึงควรจะได้สิทธิเลือกที่ทำงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน