บุกทลายคลังสินค้าขนาดใหญ่ ซุกอาหารหมา-แมวเถื่อน 63 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท พบผลิตจากจีน ลอบนำเข้าส่งขายออนไลน์ในไทย
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” สนธิกำลังกรมปศุสัตว์ กรมศุลกากร และตำรวจสอบสวนกลาง บุกตรวจค้นคลังสินค้าใหญ่ จ.สมุทรสาคร และจ.สมุทรปราการ หลังได้รับการร้องเรียนเรื่องการขายอาหารสุนัข-แมว ไม่มีทะเบียนลักลอบนำเข้า มาจำหน่ายทางออนไลน์ในประเทศไทย
โดยไม่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ และไม่มีใบอนุญาตนำเข้า จึงตรวจยึดอายัดของกลางเป็นอาหารสุนัข-แมว น้ำหนักรวมกว่า 68 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท
ส่งดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ตามฐานความผิด ทั้งพรบ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์และพรบ.ศุลกากร อย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องความปลอดภัย ที่เสี่ยงเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสุนัขและแมว และเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้เดินหน้าปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้รับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแสว่ามีผู้ลักลอบนำเข้าอาหารสุนัข แมว นำมาเก็บซุกซ่อนไว้ในโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ จ.สมุทรปราการ ซึ่งทั้ง 2 แห่งเป็นเครือข่ายเดียวกัน และนำไปโฆษณาจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
จึงได้สั่งการชุดเฉพาะกิจ “พระพิรุณ” นำโดยเจ้าหน้าที่สารวัตรจากกรมปศุสัตว์สนธิกำลังร่วมกับกองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง(กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค) เข้าตรวจค้นสถานที่เก็บและกระจายสินค้าขนาดใหญ่ 2 แห่งตามที่ได้รับแจ้งเบาะแสดังกล่าว ในพื้นที่ ต.แคราย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร และ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
นายสรวุฒิ กล่าวต่อว่า ผลจากการตรวจค้นคลังสินค้าทั้ง 2 แห่ง พบอาหารสัตว์ยี่ห้อ Mr.vet และ Bite of wild ซึ่งเป็นอาหารสัตว์ที่ระบุแหล่งผลิตจากประเทศจีน ไม่มีการขออนุญาตนำเข้าจากกรมปศุสัตว์ จึงเป็นการนำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์กับกรมปศุสัตว์จำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ได้ยึดอายัดของกลางเป็นอาหารสุนัขและแมวยี่ห้อ Mr.vet และยี่ห้อ Bite of wild รวม 118 รายการ น้ำหนักรวมกว่า 68,680 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 30 ล้านบาท แบ่งเป็น คลังสินค้า จ.สมุทรสาคร จำนวน 67 รายการ น้ำหนัก 17,651 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 7 ล้านบาท และ คลังสินค้า จ.สมุทรปราการ จำนวน 51 รายการ น้ำหนักกว่า 51,028 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 23 ล้านบาท
พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียด ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ในความผิดฐานนำเข้าอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ข้อหาการนำของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร หรือนำเข้าของต้องกำกัดโดยไม่มีใบอนุญาต
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ตามฐานความผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะสืบสวนขยายผลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบริษัทผู้กระทำความผิดและเส้นทางการลักลอบนำเข้า ต่อไป
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง เพื่อป้องกันโรคระบาดสัตว์ และพืช คุ้มครองผู้บริโภคและปกป้องเกษตรกรไม่ให้ถูกแทรกแซงกลไกตลาดอย่างไม่เป็นธรรม” นายสรวุฒิ กล่าว








