โรงพยาบาลลี้ แจงสาเหตุ สาวเสียชีวิตขณะคลอด พร้อมลูกน้อย เผยภาวะนี้พบได้น้อยมากในอัตราประมาณ 1 ใน 80,000 ของการคลอดบุตรทั้งหมด ยืนยันช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแล้ว

กรณี พี่ชาย ของ นางจิราพร (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี น้องสาว เสียชีวิตพร้อมลูกชาย ขณะไปคลอดที่รพ.อย่างกะทันหัน เมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 18 ส.ค.69 ที่ผ่านมา สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับญาติๆ เพราะนางจิราพร มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากรพ.ไม่ได้ให้รายละเอียดของการเสียชีวิตแต่อย่างใด

ล่าสุด วันที่ 21 ส.ค.2569 โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ขอชี้แจงกรณีเหตุการณ์มารดาเสียชีวิตตามที่ปรากฏเป็นข่าว ดังนี้ หญิงตั้งครรภ์ อายุ 32 ปี เป็นครรภ์ที่ 2 ประวัติการฝากครรภ์ รพ.สต.บ้านห้วยต้ม และโรงพยาบาลลี้ รวมจำนวน 15 ครั้งเป็นครรภ์ระดับความเสี่ยงต่ำ หมายถึง ณ เวลาประเมินยังไม่พบปัจจัยหรือภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ และสามารถดูแลตามระบบฝากครรภ์ปกติได้

วันที่ 17 สิงหาคม 2569 มาฝากครรภ์ตามนัด อายุครรภ์ 40 สัปดาห์ 1 วัน(ครบกำหนดคลอด) สูติแพทย์ประเมินให้นอนโรงพยาบาลเพื่อคลอดบุตร เวลา 11.30 น. ประเมินอาการแรกรับที่ห้องคลอด มดลูกบีบรัดตัว 7 นาทีต่อครั้ง ไม่สม่ำเสมอ อัตราการเต้นของหัวใจเด็ก 142 ครั้งต่อนาที ตรวจภายใน พบ ปากมดลูกเปิด 1 เซนติเมตร เนื่องจากเริ่มมีปากมดลูกเปิด แต่มดลูกบีบรัดตัวไม่สม่ำเสมอ สูติแพทย์ประเมินไม่พบความเสี่ยงภาวะศีรษะทารกไม่สมดุลกับอุ้งเชิงกรานหรือ CPD Risk Score และสามารถคลอดธรรมชาติทางช่องคลอดได้เอง

พิจารณาให้ยาส่งเสริมการคลอด โดยมีการติดตามการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ การบีบรัดตัวของมดลูก และสัญญาณชีพของมารดา ตามมาตรฐานการดูแลหญิงตั้งครรภในห้องคลอดเวลา 18.00 น. พบ ปากมดลูกเปิด 3 เซนติเมตร เวลา 20.30 น. ปากมดลูกเปิด 6 เซนติเมตร 21.30 น. ปากมดลูกเปิด 9 เซนติเมตร และเวลา 22.00 น. ปากมดลูกเปิด 10 เซนติเมตร ถุงน้ำคร่ำแตกตามธรรมชาติ น้ำคร่ำสีปกติ ตลอดเวลาสัญญาณชีพมารดาและอัตราการเต้นหัวใจทารกในครรภ์ปกติ เข้าสู่กระบวนการเบ่งคลอดทางช่องคลอด

ต่อมาหลังเบ่งคลอด 30 นาที พบว่า ไม่มีความก้าวหน้าของการคลอด และหัวใจทารกเริ่มเต้นช้าลง สูติแพทย์พิจารณา ผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที ระหว่างเตรียมผู้ป่วยไปห้องผ่าตัด ผู้ป่วยเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก กระสับกระส่าย หายใจเหนื่อยแต่รู้สึกตัวดี ยังถามตอบรู้เรื่อง สัญญาณชีพ ระดับความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือดลดลง

สูติแพทย์ประเมินว่าเป็นภาวะฉุกเฉินของมารดาในระยะคลอด พิจารณาให้ออกซิเจนและสารน้ำทางหลอดเลือดดำเพิ่มเติม โดยมารดาเข้าถึงห้องผ่าตัดภายในเวลา 30 นาที ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานภายใต้การดูแล ของสูติแพทย์ และวิสัญญีแพทย์

จากนั้นระดับความรู้สึกตัวมารดาลดลง ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลง จึงพิจารณาใส่ท่อช่วยหายใจทันท์โดยวิสัญญีแพทย์ ให้สารน้ำ จากนั้นระดับออกซิเจนในเลือดและระดับความดันโลหิตกลับมาปกติ เริ่มผ่าตัดคลอด เวลา 23.13 น. ทารกคลอดเวลา 23.16 น. ระหว่างผ่าตัด พบว่า มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง มีการให้ยาและสารน้ำเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพ และยังตรวจพบภาวะมดลูกไม่หดรัดตัว

ในด้านทารกแรกเกิดได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ พบว่า ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนรุนแรง ไม่ร้อง ไม่หายใจ กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ตัวคล้ำ ฟังเสียงหัวใจทารกไม่ได้ ผลการประเมินคะแนนทารกแรกเกิดได้ศูนย์คะแนน (Apgar Score o-0T-OT) ทีมแพทย์และพยาบาลดำเนินการช่วยฟื้นคืนชีพทารกแรกเกิด (Neonatal Resuscitation) จนสุดความสามารถอย่างต่อเนื่อง แต่ทารกไม่ตอบสนอง จึงยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ เวลาประมาณ 04.19 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569

ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลลี้ ได้ประสานสูติแพทย์ อายุรแพทย์ ของโรงพยาบาลลำพูน และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เกี่ยวกับการดูแลรักษาและประสานส่งต่อผู้ป่วยระยะวิกฤตทางสูติกรรม

ระหว่างการดูแลก่อนส่งต่อ มารดามีภาวะหัวใจหยุดเต้นได้รับการฟื้นคืนชีพอย่างต่อเนื่อง แต่ชีพจรและการไหลเวียนเลือดไม่สามารถกลับมาได้ จึงแจ้งญาติผู้ป่วย และ ยุติการช่วยฟื้นคืนชีพ มารดาเสียชีวิตเวลา 01.31 น. ของวันที่ 18 สิงหาคม 2569

หลังเกิดเหตุการณ์ ผู้เกี่ยวข้องได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อญาติผู้ป่วยทันที พร้อมทั้งรายงานต่อหัวหน้าหอผู้ป่วย ผู้บริหารทางการพยาบาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตามลำดับ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว สูติแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาลหัวหน้าเวร และหัวหน้าหอผู้ป่วย ได้เข้าพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ทำความเข้าใจ และให้ข้อมูลเหตุการณ์แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน และได้ให้ผู้เกี่ยวข้องทบทวนสถานการณ์ และกระบวนการปฏิบัติงาน ว่าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่

รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยสาเหตุ แนวทางการพัฒนาระบบบริการ และการดูแลช่วยเหลือ ทั้งนี้ ทีมแพทย์จากนิติเวชและพยาธิแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ในเบื้องต้นให้ความเห็นสาเหตุการตายมารดาว่า เกิดจากภาวะน้ำคร่ำอุดตันในกระแสเลือด (Amniotic Fluid Embolism)

โรงพยาบาลลี้ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งภาวะแทรกซ้อนนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งการคลอดโดยธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอดบุตร ภาวะนี้พบได้น้อยมากในอัตราประมาณ 1 ใน 80,000 ของการคลอดบุตรทั้งหมด ภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันไม่สามารถคาดการณ์หรือป้องกันได้ล่วงหน้า และมีอัตราเสียชีวิตสูงแม้จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทีมแพทย์และพยาบาลได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพและได้ร่วมกันทบทวนการดูแลรักษาอย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบบริการของโรงพยาบาลต่อไป ขอแสดงความเสียใจอย่างสูงอีกครั้ง โรงพยาบาลลี้

โรงพยาบาลลี้

โรงพยาบาลลี้ แจงสาเหตุ สาวเสียชีวิตขณะคลอด พร้อมลูกน้อย เป็นภาวะพบได้น้อยมาก 1 ใน 80,000

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน