แม่กินยาแล้วหลับลึก ตื่นมาเจอลูกสาวทารกวัยเดือนเศษ หมดสติไม่หายใจ กู้ภัยสุดยื้อชีวิต แม่เผย เพิ่งกินยาความดันแล้วหลับไป ตื่นมาเห็นลูกนอนนิ่งผิดปกติ
แม่ช็อกลูกสาววัยเพียง 1 เดือนเศษ หมดสติไม่หายใจ พบคราบเลือดบริเวณปาก-จมูก กู้ชีพเร่งปั๊มหัวใจกว่า 20 นาที ก่อนนำส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายแพทย์ยืนยันเสียชีวิต แม่เผยกินยาความดันแล้วหลับ ตื่นมาพบลูกนอนนิ่ง เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต
เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 21 ส.ค.2569 ศูนย์กู้ชีพโรงพยาบาลสมุทรปราการ รับแจ้งจากสายด่วน 1669 ขอความช่วยเหลือกรณีเด็กทารกวัยประมาณ 1 เดือนเศษ หมดสติและไม่หายใจ เหตุเกิดภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ต.เทพารักษ์ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู พร้อมรถพยาบาลฉุกเฉินระดับสูงจากโรงพยาบาลสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบเด็กหญิงวัยประมาณ 1 เดือนเศษ อยู่ในอาการหมดสติ ไม่หายใจ ริมฝีปากเริ่มมีสีเขียว และพบคราบเลือดบริเวณปากและจมูก เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงเร่งทำ CPR ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างต่อเนื่องนานกว่า 20 นาที แต่ยังไม่สามารถตรวจพบชีพจรของเด็กได้ ทีมแพทย์และพยาบาลจึงแจ้งให้มารดาของเด็กทราบว่า การช่วยเหลือในที่เกิดเหตุยังไม่สามารถทำให้เด็กกลับมามีชีพจรได้ และโอกาสรอดชีวิตมีน้อยมาก
พร้อมสอบถามความประสงค์ของมารดาว่าจะให้ยุติการช่วยเหลือเพื่อไม่ให้เด็กทรมาน หรือประสงค์ให้ทีมแพทย์ดำเนินการช่วยเหลือต่อและนำส่งโรงพยาบาล ทางมารดายืนยันขอให้ทีมแพทย์ช่วยเหลือและนำบุตรส่งโรงพยาบาล ทีมกู้ชีพจึงนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อให้ทีมแพทย์ดำเนินการช่วยเหลือต่อ อย่างไรก็ตาม ต่อมาทีมแพทย์ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิตแล้ว
จากการสอบถามมารดาเบื้องต้น เปิดเผยว่า ตนมีบุตร 2 คน และเด็กที่เสียชีวิตเป็นบุตรคนที่ 2 เพิ่งคลอดได้ประมาณ 1 เดือนเศษ โดยตนดูแลบุตรเพียงลำพัง เพราะเลิกกับสามีแล้ว ก่อนหน้านี้ตนรับประทานยาความดันโลหิต จากนั้นเข้านอนประมาณ 14.00 น. และหลับไป
กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. เมื่อตื่นขึ้นมา พบว่าบุตรนอนนิ่งผิดปกติและไม่ตอบสนอง จึงรีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1669 ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ชีพทันที ตนไม่ทราบว่าเด็กมีอาการผิดปกติหรือเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น เนื่องจากขณะเกิดเหตุตนหลับลึก
ทั้งนี้ สาเหตุการเสียชีวิตยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอการตรวจชันสูตรและผลการตรวจจากแพทย์ รวมถึงการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
