“นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ” เปิดใจเดินหน้า “ไทยมาร์ท” มุ่งสร้างแบรนด์ไทย ไม่ลงศึกตัดราคา แย้ม เซอร์ไพรส์ใหญ่ เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์
นอท-พันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยอย่างละเอียดถึงทิศทาง การเติบโต และเจตนารมณ์ในการพัฒนาแบรนด์และแอปพลิเคชัน “ไทยมาร์ท” (Thai Mart) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทย เพื่อเป็นพื้นที่และโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย พร้อมชูโมเดลการตลาดที่ยั่งยืนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าไทย
ที่มาและความตั้งใจ คือ ต้องการให้ ไทยมาร์ทเป็นแอปพลิเคชันเพื่อผู้ประกอบการและ การสร้างแบรนด์สร้างชาติ โดยเดิมทีการรับสินค้า เช็กยอด หรือแจ้งเตือนต่างๆ ต้องทำผ่านคอมพิวเตอร์ แต่ปัจจุบันผู้คนใช้งานสมาร์ตโฟนเป็นหลัก จึงพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อให้ผู้ขายสามารถแชต ติดต่อ และสื่อสารกับลูกค้าได้แบบเรียลไทม์
“ตนมีความเชื่อว่าคนไทย และผู้ประกอบการไทย มีฝีมือและความสามารถสูง แต่ขาดความรู้ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ ส่งผลให้ส่วนใหญ่รับจ้างผลิต นำสินค้าให้ผู้อื่นไปขายต่อ การทำไทยมาร์ทจึงเป็นการเชิญชวนผู้ประกอบการไทย มาร่วมกันสร้างแบรนด์ของตนเอง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว”

โดยไทยมาร์ท มีสโลแกน เน้นขาย “ความสบายใจ” ให้แก่ทั้งสองฝ่าย โดยผู้ขายสบายใจเพราะได้แพลตฟอร์มที่ไม่กดขี่หรือรีดเลือด มีกำไรเหลือไปสร้างธุรกิจ ส่วนผู้ซื้อสบายใจว่าจะได้รับสินค้ามีคุณภาพ ไม่ต้องลุ้นว่าจะตรงปกหรือไม่ หรือกลัวว่าจะได้ของปลอม
หลัก ๆ ที่ตนอยากจะสัญญากับผู้ค้าและผู้ขาย ได้สรุปหัวใจสำคัญออกเป็น 3 ข้อหลัก คือ ไทยมาร์ทามเป็นธรรม แฟร์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย มีการเก็บค่า GP ตามปกติ แต่แจ้งล่วงหน้าอย่างชัดเจน ไม่มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมรายวันหรือรายเดือน ทำให้ผู้ประกอบการวางแผนธุรกิจและไว้วางใจได้

พร้อมรับฟัง แก้ไข และปรับปรุง โดยเจ้าของแพลตฟอร์มลงมารับฟังและตอบคอมเมนต์ผู้ใช้งานในโซเชียลมีเดียด้วยตนเอง เป็นการยืนยันถึงความใส่ใจและการรักษาสัญญา
และ ของแท้ต้องไทยมาร์ท ตนต้องการดำเนินการกวาดล้าง และจัดการกับสินค้าปลอมอย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าการเข้ามาซื้อของที่ไทยมาร์ท จะได้สินค้าของแท้คุณภาพดีแน่นอน พร้อมยืนยันว่า ไม่แข่งตัดราคา แต่แข่งด้วย คุณค่า ไม่ลงศึกสงครามราคา

ไทยมาร์ทจะไม่แข่งลดราคาหรือแจกโค้ดสู้กับแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ เนื่องจากมองว่าหากแข่งลดราคา แพลตฟอร์มก็ต้องไปเค้นเก็บเงินจากผู้ประกอบการเพิ่ม สุดท้ายผู้ประกอบการทนไม่ไหวต้องขึ้นราคาสินค้า และภาระก็ตกอยู่กับผู้บริโภค เกิดเป็นลูปปัญหาแบบเดิม
เรามุ่งเน้นสร้างความเชื่อมั่นว่าแบรนด์จะรักษาคำสัญญาและมอบสินค้าที่มีคุณค่า เพราะในระยะยาวไม่มีใครรอดจากการแข่งตัดราคาเพียงอย่างเดียว การสร้างรายได้และ แม้จะเก็บค่า GP ในอัตราต่ำเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ แต่แพลตฟอร์มสามารถสร้างรายได้จากช่องทางอื่น เช่น Payment Gateway และบริการต่อยอดอื่นๆ ซึ่งไทยมาร์ทวางโครงสร้างไว้เป็นระบบนิเวศทางธุรกิจ เพื่อการเติบโตในอนาคต ทิศทางในอนาคต การเข้าถึงคนรุ่นใหม่ และจุดยืนต่อทุนต่างชาติ

ตนเตรียมใช้กลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง รุกทุกแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และวางแผนดึงพรีเซนเตอร์ที่เป็นคนรุ่นใหม่ มาร่วมสร้าง Engagement เพื่อขยายฐานผู้ใช้งานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย การเปิดรับทุนต่างชาติ หรือ แบรนด์ต่างประเทศ ยืนยันว่าหากเป็นทุนต่างชาติหรือแบรนด์ต่างประเทศ (เช่น แบรนด์จีน) ที่เข้ามาเปิดตัวอย่างถูกต้อง สินค้ามีคุณภาพ เสียภาษีตามกฎหมาย และแข่งขันภายใต้กติกาเดียวกัน ก็ยินดีให้เข้ามาขายในแพลตฟอร์มได้ เพราะมองว่าผู้บริโภคชาวไทยควรได้ใช้สินค้าดีมีคุณภาพเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ยินดีอย่างยิ่ง หากภาครัฐหรือกระทรวงดีอี จะเข้ามาซัพพอร์ตหรือดูแลเรื่องค่าธรรมเนียมให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียม ซึ่งจะช่วยให้แพลตฟอร์มไทยแข็งแกร่งขึ้นและสามารถแข่งขันกับต่างชาติได้

แม้ตลาดอีคอมเมิร์ซจะแข่งขันสูง และหลายแพลตฟอร์มไทยในอดีตต้องปิดตัวไป แต่ตนมองว่า ไทยมาร์ท เลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่าง โดยมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์และการเคียงข้างผู้ประกอบการ ซึ่งผลตอบรับภายในเวลาเพียง 40 วัน มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสูงกว่า 500,000 ครั้ง และสร้างยอดขายรวมได้มากกว่า 20 ล้านบาท แล้ว
ทั้งนี้ การเปิดตัวไทยมาร์ทเปรียบเสมือน “ของขวัญวันเกิด” และภารกิจครั้งสำคัญของปีนี้ ที่ช่วยจุดไฟในการทำงานอีกครั้ง พร้อมยืนยันที่จะรักษาคำสัญญาและขับเคลื่อนแพลตฟอร์มนี้เพื่อคนไทยต่อไป