นักท่องเที่ยวทำหยกหล่นลงบ่อ ปลาคาร์พคาบไม่ปล่อย คนแห่แซว เชื่อเป็นสัญลักษณ์ความโชคดี

นักท่องเที่ยวรายหนึ่งในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ต้องเจอกับเหตุการณ์ชวนอึ้ง หลังทำจี้หยกหล่นลงไปในบ่อน้ำของแหล่งท่องเที่ยว แต่แทนที่จี้จะจมหายลงไป กลับมีปลาคาร์พตัวหนึ่งว่ายเข้ามาคาบเอาไว้

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่แหล่งท่องเที่ยวในเมืองสุยชาง มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งมีบ่อปลาจำนวนมาก และมักมีนักท่องเที่ยวมายืนริมบ่อเพื่อให้อาหารปลาเป็นประจำ

หลังนักท่องเที่ยวทำจี้หยกหล่น และเห็นว่าปลาคาร์พคาบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาช่วยเหลือ แต่การนำหยกกลับคืนมาไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากปลาว่ายไปเรื่อย ทำให้เจ้าหน้าที่ติดตามตำแหน่งได้ยาก

เจ้าหน้าที่เลือกใช้วิธีสังเกตทิศทางการว่ายของปลาและนำสวิงไปดักรอ หลังใช้เวลานานกว่า 5-6 ชั่วโมง ในที่สุดปลาคาร์พก็ว่ายเข้ามาบริเวณน้ำตื้น เจ้าหน้าที่จึงสามารถนำหยกออกมาได้สำเร็จและส่งคืนให้เจ้าของ

เจ้าหน้าที่เผยว่า ตอนแรกไม่เชื่อว่านักท่องเที่ยวพูดจริง และคิดว่าอาจเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เมื่อไปดูที่เกิดเหตุก็พบว่า หยกถูกปลาคาบไปจริง ๆ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ปกติมักมีนักท่องเที่ยวทำสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ ตกลงไปในบ่อ และสามารถใช้สวิงตักขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่กรณีปลาคาร์พคาบหยกแล้วว่ายไปมานานหลายชั่วโมง ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

หลังเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยมองว่าเหตุการณ์นี้สอดคล้องกับความเชื่อของจีนที่มองว่า “ปลาคาร์พ” เป็นสัญลักษณ์ของโชคดี ขณะที่ “หยก” สื่อถึงคุณธรรมและความดีงาม หลายคนจึงมองว่าเป็นลางดีและพากันคอมเมนต์ขอรับโชคเพียบ

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า พฤติกรรมดังกล่าวมีแนวโน้มเกิดจากสัญชาตญาณในการหาอาหารและความอยากรู้อยากเห็นของปลาคาร์พ

โดยปลาคาร์พมีประสาทสัมผัสที่ไว และปลาที่อยู่ในบ่อแหล่งท่องเที่ยวมักคุ้นเคยกับการได้รับอาหารจากนักท่องเที่ยว เมื่อหยกตกลงไปในน้ำ เกิดแรงกระเพื่อมและสะท้อนแสงแดด จึงอาจกระตุ้นให้ปลาเข้าไปสำรวจและเผลอคาบหยกเอาไว้ ก่อนว่ายต่อไปตามพฤติกรรมธรรมชาตินั่นเอง

ขอบคุณที่มา seehua

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน