สาวญี่ปุ่นใช้พัดลมมือถือบนรถไฟ หนุ่มสุดทน ลมร้อนพุ่งใส่-เหม็นกลิ่นเหงื่อตามมา ทำชาวเน็ตเสียงแตก สรุปควรใช้มั้ย

ฤดูร้อนปีนี้ของญี่ปุ่นเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง โดยอุณหภูมิในหลายพื้นที่พุ่งสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส เพื่อรับมือกับความร้อน ผู้คนบนท้องถนนแทบจะมีพัดลมมือถือติดตัวกันคนละเครื่อง จนกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์คลายร้อนที่ขาดไม่ได้ในช่วงฤดูร้อน

อย่างไรก็ตาม แม้อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยคลายร้อนได้อย่างสะดวก แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับมีผู้แสดงความไม่พอใจอย่างมากต่อ“การ ใช้พัดลมมือถือบนรถไฟ” จนนำไปสู่การถกเถียงอย่างดุเดือดบนโลกออนไลน์ โดยแบ่งความคิดเห็นออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

โอบาระ บูราสุ (小原ブラス) ศิลปินและนักเขียนคอลัมน์เชื้อสายรัสเซียที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียแสดงความไม่พอใจว่า “เวลาขึ้นรถไฟ ช่วยปิดพัดลมมือถือกันได้ไหม? ลมที่เป่าใส่ใบหน้าของคุณและพัดผ่านเหงื่อ ก่อนจะพุ่งตรงมาหาคนที่นั่งข้าง ๆ อย่างผม มันไม่น่าพึงประสงค์เลย ก่อนใ ช้ช่วยดูด้วยว่าลมไปโดนคนที่อยู่ด้านข้างหรือด้านหลังหรือเปล่า”

หลังโพสต์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียง เจ้าของโพสต์ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่า ขณะโดยสารรถไฟสายมารุโนะอุจิ มีหญิงอายุประมาณ 30 กว่าปีคนหนึ่งใช้พัดลมมือถือขนาดค่อนข้างใหญ่เป่าเข้าหาตัวเอง

โดยระบุว่า “จู่ ๆ ก็มีลมแรงพุ่งเข้ามา แม้ผมพยายามหลบ แต่พออีกฝ่ายขยับตัว ทิศทางลมก็ขยับตามไปด้วย ทำให้แทบหลบไม่ได้เลย” พร้อมกล่าวว่า การต้องถูกลมจากพัดลมของผู้อื่นเป่าใส่อย่างต่อเนื่องสร้างความรู้สึกกดดันและรบกวนไม่น้อย โดยเปรียบเทียบว่าให้ความรู้สึกน่ารำคาญคล้ายกับการที่ใครสักคนถอนหายใจแรง ๆ ใส่ผู้อื่นในตู้รถไฟที่เป็นพื้นที่ปิด

เขามองว่า การอยู่ในพื้นที่สาธารณะควรคำนึงถึงผู้อื่น โดยเฉพาะลมแรงที่เป่าไปโดนคนข้าง ๆ อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกจงใจก่อกวน “อยากให้ทุกคนคำนึงถึงคนรอบข้างเวลาใช้ หากอีกฝ่ายใช้อย่างระมัดระวัง ผมเองก็คงคิดว่าสามารถอดทนได้บ้าง” โอบาระกล่าว

ชาวเน็ตเสียงแตก 57.5% มองว่าไม่ควรใช้พัดลมมือถือบนรถไฟ

ประเด็นที่ว่า “ควรใช้พัดลมมือถือบนรถไฟหรือไม่” ทำให้เกิดความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝ่าย โดยรายการโทรทัศน์ได้สำรวจความคิดเห็นจากชายและหญิงอายุ 15 ปีขึ้นไปทั่วประเทศญี่ปุ่นจำนวน 400 คน ซึ่งผลสำรวจพบว่า 42.5% เห็นว่าสามารถใช้ได้ ขณะที่ 57.5% มองว่าไม่ควรใช้

ฝ่ายที่เห็นด้วยให้เหตุผลว่า “ยังดีกว่าเป็นลมแดดบนรถไฟแล้วสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” , “ถ้าใช้อย่างระมัดระวังและไม่รบกวนคนรอบข้างก็ไม่น่ามีปัญหา” , “ดีกว่าปล่อยให้เหงื่อออกเต็มตัวจนมีกลิ่นเหงื่อ” รวมถึงบางคนที่มองว่า แต่ละคนรับรู้ความร้อนไม่เท่ากัน และบางครั้งก็รู้สึกอยากได้รับลมเย็นจากพัดลมของคนอื่นเช่นกัน

ขณะที่ฝ่ายคัดค้านมองว่า การใช้อุปกรณ์ในพื้นที่สาธารณะควรคำนึงถึงมารยาท และควรอาศัยเครื่องปรับอากาศภายในรถไฟแทน บางคนระบุว่า ผู้ที่ไม่ได้ใช้พัดลมกลับต้องรับลมร้อนที่พัดมาจากคนข้าง ๆ พร้อมกับกลิ่นตัว ขณะที่บางรายระบุว่า เมื่อกลิ่นเครื่องสำอางหรือน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงถูกพัดมาตรง ๆ ก็ทำให้อยากขอให้อีกฝ่ายปิดพัดลม

เตือน 3 อันตรายจากพัดลมมือถือ

นอกจากประเด็นเรื่องมารยาทแล้ว อันตรายที่อาจเกิดจากพัดลมมือถือก็ไม่ควรถูกมองข้าม ข้อมูลการแจ้งเหตุของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคของญี่ปุ่นระบุว่า เคยเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับพัดลมมือถือหลายรูปแบบ โดยอันตรายสำคัญที่พบ ได้แก่

  • เส้นผมถูกใบพัดดึงเข้าไป
  • ไฟไหม้หรือแบตเตอรี่ระเบิด
  • อุบัติเหตุที่ทำให้เด็กได้รับบาดเจ็บ

แม้พัดลมมือถือจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยคลายความร้อนได้เป็นอย่างดี แต่การใช้งานในพื้นที่สาธารณะโดยไม่รบกวนผู้อื่น ก็กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ใช้งานต้องคำนึงถึงในช่วงฤดูร้อนที่อากาศร้อนจัดของญี่ปุ่น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน