คุมตัวนักเรียนหญิงวัย 16 โพสต์รูปปืนลงไลน์กลุ่ม ขู่อยากได้ไรลั่นๆ ไหม รับสารภาพอ้างคึกคะนอง ใช้ภาพ AI มาเล่น รับปากไม่ทำอีก ตำรวจเตือนผู้ใดโพสต์ข่มขู่ตามจับได้ถูกดำเนินคดีทุกราย

จากกรณีมีผู้ใช้บัญชีในกลุ่มไลน์โอเพ่นแชท “เมคเฟรนเด็กท่าบ่อ” มีสมาชิกในกลุ่ม 144 คน ผู้โพสต์ใช้ชื่อ กิเลสแห่งกรรม โพสต์รูปปืนพกสั้นสีดำวางอยู่บนโต๊ะในห้องเรียน พร้อมพิมพ์ข้อความ “อยากได้ไรลั่นๆ มั้ยวัยรุ่น” “เริ่มอาคารไหนดีครับ พิกัดอาคาร 6”

และยังมีข้อความเพิ่มเติมตามมาอีกว่า “พี่ตลก” , “ขำๆ”, “เล่น” และ “ก่อนเที่ยงเจอไรมั่นๆ” จนสร้างความแตกตื่นให้กับนักเรียน ครูและผู้ปกครอง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ครั้งที่ 2 ที่มีการโพสต์ข่มขู่เหตุร้ายแรงในโรงเรียนแห่งนี้

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.ท่าบ่อ สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาคภูมิ ปลุกปลื้ม รองผกก.สส. พร้อมชุดสืบสวนทำการติดตามผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 27 ส.ค.69 พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย นายสมควร ใจซื่อ นายอำเภอท่าบ่อ แจ้งความคืบหน้าว่า จากการออกสืบสวนของตำรวจทราบตัวผู้โพสต์และได้ติดตามไปที่บ้านพัก ช่วงเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านม โดยพบว่าเป็น นักเรียนหญิง ม.ปลาย อายุ 16 ปี จึงเชิญผู้ปกครองมาร่วมพูดคุยด้วย

จากการตรวจสอบอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตของนักเรียนหญิงคนดังกล่าว พบหลักฐานข้อมูลสอดคล้องกัน สอบถามนักเรียนหญิงให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง เพราะอยากหยอกล้อเพื่อนเล่น นึกสนุก จึงใช้ภาพเอไอ ภาพอาวุธปืนมาประกอบข้อความ ไม่มีเจตนาข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว

หลังโพสต์ไปแล้ว ไม่นานก็เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายในโรงเรียน ด้วยความกลัว ไม่กล้าที่จะแสดงตัวหรือขอโทษ จึงนิ่งเฉยไว้ก่อน รอดูว่าผู้ใหญ่จะเข้ามาแก้ไขปัญหายังไง จนกระทั่งตำรวจมาตามตัวที่บ้าน หลังจากนี้ยืนยันว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก

ด้านโรงเรียนเห็นว่านักเรียนได้สำนึกผิดและพิจารณาแล้วไม่มีเจตนาสร้างเหตุรุนแรง ขอให้ผู้ปกครองกำชับบุตรหลานดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ กล่าวว่า สภ.ท่าบ่อ ขอแจ้งเตือนไปยังประชาชนทุกคน การโพสต์ข้อความหรือภาพในลักษณะข่มขู่ สร้างความตื่นตกใจ หรือสร้างความหวาดกลัวแก่สาธารณชน แม้จะทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือเพื่อความสนุกสนาน ถือเป็นพฤติกรรมที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและอาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย หากมีกรณีในลักษณะเช่นนี้อีกจะทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำการดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน