ลูกบ้านไวท์เฮ้าส์ ผวาตู้น้ำมันหยอดเหรียญ ตั้งบนท่อส่งแก๊ส ตรงจุดใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง ที่เคยเกิดไฟไหม้มาแล้ว 5 ครั้ง เสี่ยงระเบิดตายหมู่
วันที่ 2 ก.ย.2569 ที่ลานอเนกประสงค์ ซอยคลองหลวง17 (ชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์) หมู่ 3 ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายธีราทัต ฉ่ำแฉล้ม ผู้อำนวยการกองช่าง เทศบาลเมืองคลองหลวง นำทีมลงพื้นที่จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น และประชาพิจารณ์ ร่วมกับชาวบ้านและผู้ประกอบการ
เพื่อหาข้อยุติ กรณีร้องเรียนให้ย้าย “ตู้น้ำมันเบนซินลอย (หยอดเหรียญ)” ออกจากพื้นที่ชุมชนโดยด่วน หลังชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์ ต้องอยู่อย่างหวาดผวา หลังพบว่ามีการนำ “ตู้น้ำมันเบนซินหยอดเหรียญ” มาติดตั้งไว้ริมถนนหลัก ซึ่งจุดดังกล่าวอยู่ติดกับเสาไฟฟ้า ที่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ และหม้อแปลงระเบิดซ้ำซากมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ซ้ำร้ายบริเวณใต้ดิน ยังเป็นแนวท่อส่งแก๊สอีกด้วย เกรงว่าหากเกิดไฟลัดวงจรขึ้นอีก ตู้น้ำมันจะกลายเป็นเชื้อเพลิงก้อนใหญ่ ที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมร้ายแรง เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงมีบ้านเรือนหนาแน่น
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ชาวบ้านชุมชนปากทางไวท์เฮ้าส์ได้ร่วมกันร้องขอความช่วยเหลือกับ นายรัฐตะ ดิศโพธิ์ (โกตี๋) ให้ช่วยประสานงานไปยังเทศบาลเมืองคลองหลวง พร้อมทั้งลงชื่อยื่นหนังสือร้องเรียนถึงประธานสภาเทศบาลเมืองคลองหลวง โดยเอกสารร้องเรียนระบุว่า ตู้น้ำมันดังกล่าวตั้งอยู่ในจุดอันตรายอย่างยิ่ง
เนื่องจากในอดีตเสาไฟฟ้าต้นนี้เคยเกิดเหตุไฟฟ้าชอร์ต หม้อแปลงระเบิด และเพลิงไหม้ในช่วงเวลากลางคืนมาแล้วกว่า 5 ครั้ง นอกจากนี้ บริเวณใต้ดินของจุดติดตั้งยังเป็นแนววางท่อส่งแก๊ส ชาวบ้านจึงเกรงว่าหากเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือหม้อแปลงระเบิดขึ้นอีก ตู้น้ำมันจะกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีที่ก่อให้เกิดโศกนาฏกรรม และความสูญเสียร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากประเด็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยแล้ว ในเอกสารหนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน ยังระบุข้อกังวลสำคัญ เกี่ยวกับข้อกล่าวอ้างของผู้ประกอบการ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการซึ่งอ้างว่าตนเองมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองคลองหลวงชุดปัจจุบัน เมื่อกลุ่มตัวแทนชาวบ้านได้เข้าหารือว่าไม่สมควรนำมาตั้งให้บริการบริเวณนี้ เจ้าของกิจการกลับกล่าวอ้างว่า “ได้รับการอนุญาตจากการไฟฟ้าแล้ว”

ทั้งยังอ้างอีกว่า “ทางเทศบาลก็อนุญาตแล้วเช่นกัน” แต่จากการตรวจสอบของเทศบาลเมืองคลองหลวง ยังไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้องจากทางเทศบาล ซึ่งชาวบ้านในชุมชนมีความเชื่อว่า การตั้งตู้ปั๊มลอยน้ำมันหยอดเหรียญนี้ ไม่น่าจะเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่น่าจะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ตามที่เจ้าของกิจการกล่าวอ้างจริง จึงได้ทำหนังสือร้องเรียนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ
ในเวทีประชาพิจารณ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากผู้ประกอบการต้องเผชิญกับแรงกดดัน และคัดค้านอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่ ที่ไม่ยอมรับการติดตั้งดังกล่าว อีกทั้ง นายรัฐตะ ดิศโพธิ์ (โกตี๋) ได้กล่าวเน้นย้ำถึงแนวทางแก้ไขปัญหาและเรียกร้องความถูกต้องเพื่อจี้ให้ผู้ประกอบการยอมฟังเสียงของประชาชนว่า ด้วยการขอลงมติว่า ย้ายหรือไม่ย้าย

ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ที่มาร่วมประชุม ต่างยกมือขอให้ย้ายตู้น้ำมันหยอดเหรียญออกไป เพราะชาวบ้านกังวลใจ นอกจากนี้ก็ขอให้ผู้ประกอบการทำให้ถูกต้อง แล้วมาแจ้งกับเทศบาล เพื่อชาวบ้านจะได้คลายข้อสงสัย พร้อมขอให้ทาง ผอ.กองช่าง ช่วยตรวจสอบ
นอกจากนี้ยังฝากผู้ประกอบการ อยากให้ฟังถึงคะแนนเสียงที่เขาเลือกมา เลือกท่านมาเป็นผู้แทน ไปเป็นตัวแทนของชาวบ้าน ไม่ใช่ว่ามีปัญหาเสียเอง ซึ่งชาวบ้านขออย่างเดียว อย่าให้อยู่ตรงใต้เสาไฟฟ้าต้นนี้ ประเด็นอยู่แค่ตรงนี้ ไม่ได้มีตรงไหนเลย เหนือสิ่งอื่นใดมันต้องฟังชาวบ้านก่อน ซึ่งบรรยากาศในเวทีประชาพิจารณ์เป็นไปอย่างตึงเครียด

ด้าน ผู้ประกอบการเจ้าของตู้บริการ ได้ชี้แจง โดยอ้างว่าตนเองอยู่อาศัยในพื้นที่มานาน รู้ดีกว่าชาวบ้านที่เห็นแค่ภาพประกอบ แต่หลังจากเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากชาวบ้าน จึงยินยอมถอยและชี้แจงในเวทีว่า ขอเวลา 5 วัน ในการเคลียร์น้ำมันค้างเก่าที่อยู่ในตู้ และจะดำเนินการย้ายตู้ออกจากพื้นที่ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 20 ก.ย.69 เพื่อความสบายใจและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในชุมชน
ขณะที่ ชาวบ้านซึ่งมีบ้านติดกับเสาไฟฟ้า เปิดเผยหลักฐานคลิปวิดีโอ เหตุการณ์ไฟไหม้เสาไฟฟ้าให้ผู้สื่อข่าวดู โดยกล่าวหลังจากที่ได้ข้อสรุปการย้ายตู้น้ำมันเรียบร้อยแล้วว่า หลังจากได้ฟังผลประชาพิจารณ์ในวันนี้รู้สึกสบายใจขึ้นมาก ทั้งนี้ในข้อตกลงยังระบุด้วยว่า หากในอนาคตจะมีการนำตู้น้ำมันไปตั้งในจุดใดใหม่ จะต้องมีการสอบถาม และขอความคิดเห็น จากพี่น้องประชาชนในชุมชนก่อนทุกครั้ง เพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อไป