เบิ้ล ปทุมราช ตั้งเป้าปั้นหุ่น-ดูแลตัวเอง ขอหล่อสูสี ‘ณเดชน์’ อัพเดตอาการ ก้อง ห้วยไร่ หลังผ่าตัดเข่า รับเป็นห่วง ยืนยันโสดจริง พร้อมเปิดใจรักใหม่
ล่าสุดวันที่ 5 ก.ย. เบิ้ล ปทุมราช มาร่วมงานแถลงข่าวภาพยนตร์ HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้ ณ The Storeys Square, One Bangkok ชั้น G จากนั้นก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ เปิดใจเล่าเบื้องหลังสุดป่วนในกองภาพยนตร์ พร้อมอัพเดตสภาพจิตใจของพี่ชายคนสนิท ก้อง ห้วยไร่ หลังเพิ่งได้รับการผ่าตัดเข่า ก่อนเผยถึงสถานะหัวใจในวัย 30 ที่เจ้าตัวยืนยันว่ายังโสดอยู่
โดย เบิ้ล ปทุมราช เปิดใจถึงการร่วมงานกับ ณเดชน์ ในภาพยนตร์ “HENRY’s First Dates จีบซ้ำซ้ำ เฮนรี่จำไม่ได้” ยอมรับเป็นอีกขั้นของการแสดง พร้อมเผยเบื้องหลังการทำงานที่เต็มไปด้วยความสนุก เจ้าตัวยังอัพเดตอาการ ก้อง ห้วยไร่ หลังผ่าตัดเข่า ยอมรับเป็นห่วงเพราะพี่ชายมีช่วงจิตตกจากปัญหาสุขภาพ ขณะที่เรื่องหัวใจยืนยันชัดเจนว่ายังโสด แต่ตอนนี้ขอใช้ชีวิต และทุ่มเทให้กับงานก่อน
เป็นยังไงบ้างร่วมงานกับพี่แบร์? “ผมรู้สึกว่าเป็นการพัฒนาอีกขั้นนึงของการแสดง เพราะว่าตั้งแต่ได้ยินข่าวของ SONY แล้วก็ GDH ติดต่อมา ผมก็ชั่งใจเหมือนกันว่าผมจะมีโอกาสได้รับหน้าที่นี้หรือเปล่า แล้วก็ด้วยความที่ GDH เค้าไม่ได้แค่จิ้มปุ๊บแล้วจะได้แสดงเลย ผมรู้สึกว่าต้องมีการแคสติ้ง แล้วก็ดูบทบาทที่นักแสดงคนนั้นจะได้เข้ากับเรื่องนี้หรือเปล่า พอเราได้มีโอกาสมาแคสต์ แล้วได้มาเจอผู้กำกับ เค้าโอเค ก็เลยได้เล่น”
การแสดงหินด้วยเหมือนกัน? “โห สุดๆ คือผมรู้สึกว่าถ้าผมมาด้วยความตื่นเต้น มันไม่สามารถทำงานตรงนี้ได้เลย ผมพยายามเตือนความรู้สึกตัวเองไว้คือ เปลี่ยนความตื่นเต้นมาเป็นความภูมิใจ ก็เลยเป็นคนขี้เล่นอยู่แล้ว ก็ขี้เล่นเลยทั้งหลังกล้อง หน้ากล้อง จนทำให้สนิทกับพี่แบร์ ส่วนป๋ากิ๊กเราชินกันอยู่แล้วใช่มั้ย แล้วก็มาเจอน้องมินนี่ เจออีกหลายๆ คน เจอพี่เมษ (ผู้กำกับ) ที่แกชอบให้เราอิมโพรไวส์ เอาสิ่งที่เบิ้ลชอบแล้วก็สิ่งที่พี่ชอบมาบวกกันนะ แล้วมันก็เลยกลายออกมาเป็นซีนหนังที่มันธรรมชาติ”
มินนี่บอกว่าพี่เบิ้ลส่งเอเนอร์จี้ให้ไม่แผ่วเลย? “ผมพยายามทำให้ทุกคนมีความสุข เพราะว่าผมรู้สึกว่าผมเป็นคนที่มาโลกนี้เพื่อให้ทุกคนมีรอยยิ้ม”
แต่มินนี่บอกว่าพี่เล่นอะไรให้บอกหนูด้วย หนูฟังไม่ทัน? “มินนี่เขาชอบทำหน้างง เพราะว่าจริงๆ หน้างงเป็นบุคลิกเค้ามากกว่า เค้าไม่ได้งงหรอก เค้าฉลาด (เค้าบอกว่าพี่เล่นอะไร พี่ช่วยแปลด้วยว่ามันคืออะไร?) ทำหน้างง แต่ก็น่ารักครับ”
ในเรื่องเรารับบทเป็นน้องชายณเดชน์ แล้วนอกเรื่องพี่ณเดชน์ดูแลเราเรื่องสุขภาพด้วยไหม ทำให้เราไปฟิตหุ่นด้วยหรือเปล่า? “ก็ประดุจญาติคนนึง เค้าพยายามที่จะทำให้เรามีหุ่นที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีสังคมที่ดี (ณเดชน์แนะนำหรือสอนอะไรเราบ้าง?) แนะนำว่าถ้าเราอยากเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุดคือ ถ้าอยากจะตดในกองก็ตดออกมาเลย เพราะว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตดแล้วก็ผายลมได้ ส่วนเรื่องอื่นผมว่าก็ทั่วไป ผมสามารถดูในไอจีเค้าทั่วไปได้ เค้าไม่ได้สอนอะไรเลย”
แล้วเราทำได้ไหมเรื่องสุขภาพที่เขาอยากให้เราลดละเลิก? “ส่วนใหญ่ในไลน์ หรือใน IG เขาสร้างภาพกับผมมากกว่า เค้าไม่ได้คุยเรื่องสุขภาพ เขาคุยเรื่องอื่น เค้าถามผมมากกว่า เขาอยากบอกนักข่าวว่า เค้าเป็นห่วงผมเฉยๆ รึเปล่า (เค้าบอกว่าอยากให้เบิ้ลออกกำลังกาย?) ผมว่าเค้าก็ดูติดหล่อ เค้าจะทำแบรนด์ของเค้าใช่มั้ยล่ะ เค้าจะมีเสื้อผ้าที่เป็นสปอร์ต เค้าก็อาจจะมาทำท่าสอนเรา จริงๆ เค้าไม่ได้สอน เค้าแค่อยากมีเพื่อนเข้ายิม พอผมไปอยู่ที่นู่นเค้าก็เล่นกับคนอื่น เค้าไม่สนใจผม”
แล้วเราเข้ายิม หรือไปวิ่งกับพี่เค้าไหม? “ผมชอบที่พี่แบร์ชวน แต่ว่าที่พี่แบร์ตื่นผมยังไม่นอน ก็เลยไม่ได้ค่อยได้ไปบ่อย แต่จริงๆ พี่แบร์น่ารัก แกพยายามทำให้ผมรู้สึกว่า ถ้าปีหน้าจะมีหนังสักเรื่องนึงแกอยากเป็นโค้ชให้ผม เพราะว่าแกบอกว่าแกถอดเสื้อบ่อยแล้ว แล้วก็อยากให้คนได้เห็นเบิ้ล ปทุมราช ถอดเสื้อออกมามีกล้าม อย่างช่วงนี้เบิ้ลเองก็พยายามคุมน้ำหนัก ควบคุมอาหาร หลัง 18:00 น. ไม่กิน แล้วก็การดื่ม การออกสังคมด้านนอกก็จะน้อยลง ยิ่งเรามีหลานตัวเล็กด้วย ก็จะอยู่แต่บ้าน ลด ละ ไม่ได้เลิก แต่ว่าจริงๆ ผมว่าผมไม่เคยเชื่อเรื่องอายุ 30 แล้วจะรู้สึกเจ็บออดๆ แอดๆ หรือว่าการกินที่มันไม่ได้ทนเหมือนเดิม ผมรู้สึกว่าผมมาเจอกับมันเอง ผมเจอตั้งแต่ 29 ย่าง 30 แล้ว พอเรารู้สึกว่าสังคมของเรามันสนุก ผมออกคอนเสิร์ตอยู่แล้วใช่มั้ย บวกกับการที่ผมต้องตีรถกลับมาทำงานทั้งรายการทีวี ทั้งการเป็นพิธีกร ทั้งแสดงหนังอีก มันก็จะมีพลังที่มันแบ่งกัน การนอนก็จะไม่พอ เพราะฉะนั้นผมรู้สึกว่า 30 ปีเนี่ย เป็นปีที่เราโสดด้วย เราก็รู้สึกว่าเราอยากทำตัวเองให้รู้สึกว่าอยากเห็นร่างที่ดีที่สุด อยากเห็นใบหน้าที่สดชื่นที่สุด ไม่ใช่โทรมๆ เหมือนเดิม”
แต่ว่าเราก็หล่ออยู่แล้ว? “ผมว่าผมหล่อได้อีก เพราะอย่างช่วงที่มาถ่ายหนังกับณเดชน์ ผมรู้สึกว่าพี่เค้า Sold out แล้วใช่มั้ย เค้ามีเมียแล้ว เค้าแต่งงานแล้ว มันน่าจะเป็นช่วงเวลาของผมแล้ว ที่ผมจะต้องยืนเคียงข้างณเดชน์แล้วผมหล่อสูสีกันได้ เพราะฉะนั้นวันนั้นจะเป็นวันที่ผมผงาดแซงณเดชน์ได้ (เราดูภูมิใจกับการเป็นน้องณเดชน์นะ?) ภูมิใจ แต่ว่ามันก็จะมีมุมที่อยากเอาชนะเค้ามากที่สุด เราต้องแข่งกับคนที่เก่งและหล่อที่สุด”
ถามถึงเรื่องพี่ชายเราอย่างพี่ก้อง ห้วยไร่ บ้าง ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? “อ๋อ นี่ก็น่าจะเพิ่งไปต่างประเทศ ไปฮีลใจกับครอบครัวอยู่ เพราะว่าช่วงนี้ผมว่าแกน่าจะมีผลกระทบเรื่องของอุบัติเหตุของการผ่าตัดด้วย แล้วก็จะมีเรื่องของสุขภาพ เพราะว่าขาสองฝั่งตอนนี้ที่ผมดูนะ เหมือนมันขาดสารอาหาร แล้วก็เรื่องของการพักผ่อนของแกด้วย มีช่วงนึงที่แกเกือบจิตตกเลย ก็แกดูลนลานซีเรียส แต่ไม่ได้ถึงขั้นให้คำปรึกษาคนอื่นไม่ได้ ผมก็เลยบอกพี่ก้องว่า อย่าห่วงภาพลักษณ์ร่างกายภายนอกเลย เพราะว่าพี่ใช้มันมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ห่วงสุขภาพภายใน แล้วก็ Mindset ที่ดีของตัวเอง แล้วการหลับพักผ่อนแล้วก็ครอบครัว จริงๆ แอบเป็นห่วง เพราะว่าเราช่วง 2-3 ปีที่แล้วที่เราทัวร์ด้วยกันบ่อยๆ มันก็คือทำงานหนักมาก แล้วก็เอาเงินไปทำบุญตลอด แล้วปีนี้เป็นปีที่เบิ้ลเองก็มาทำงานทางทีวีมากขึ้น ก็เลยไม่ค่อยได้รับคอนเสิร์ตเยอะ”
นี่เป็นครั้งแรกเลยไหมที่เราได้เห็นมุมดาวน์ของพี่ก้อง? “ผมว่าพี่ก้องเป็นคนจริงๆ แกเป็นแบบนี้มาตลอดนะ แกไม่ได้หมายถึงว่าดาวน์จนถึงขั้น Toxic หมายถึงว่าแกเป็นคนมีมุมชัดเจนแบบนี้มาตลอด เพียงแต่ว่ามันมาถูกใช้เปิดโลกมากขึ้นในช่วงที่แกดาวน์สุดๆ เพราะที่ผ่านมาเค้าเหมือนแบ่งเวลาให้กับผู้อื่น เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะ กลบเกลื่อนความซีเรียสของตัวเองไว้ตลอด ผมว่าน่าจะเป็นช่วงที่แกพอยิ่งมาเจ็บมาปวดร่างกายด้วย มันก็เลยอาจจะทำให้ดิ่งมากขึ้น”
หน้าเวทีเราชินภาพที่เค้าสนุกสนาน แล้วพาร์ทหลังเวทีจริงๆ เค้าเป็นคนอย่างไร? “เค้าน่ารัก เค้าเป็นเหมือนใบเบิกทางให้กับน้องทุกคน ทั้งนักดนตรี ทั้งนักแสดง ทั้งเพื่อนฝูง สังเกตได้ว่าเวลาที่เค้าจัดงานอะไร เพื่อนฝูงจะไปโดยที่ไม่ได้ต้องการคำตอบว่าชวนหรือไม่ชวน พี่ก้องเป็นคนจริงใจ เค้าบอกว่าช่วงที่เค้าจิตตก เกือบจะเป็นเพราะเรื่องขา 100% เลย เพราะว่าคนมันเคยได้วิ่งเตะบอล เคยได้กระโดดโลดเต้นบนคอนเสิร์ต กิจกรรมต่างๆ มันหายไป พอยิ่งมาอยู่บ้าน มองขาตัวเองไม่เท่ากัน ผมก็เลยแกล้งแก โอ้ ครบไปเลยเนาะ ทั้งขา ทั้งหน้า ทั้งสติ แกก็ให้คำนึงมา คxx ก็ให้กำลังใจ ทุกคนก็พยายามจัดกิจกรรมดีๆ ให้แกได้มีรอยยิ้ม อย่างช่วงนี้ก็จะเป็นเรื่องของครอบครัว เค้าก็จะไปแนวทริปครอบครัว เราก็ไม่มีทุนจะไปซื้อตั๋วเครื่องบินให้เค้าเนาะ ก็ต้องให้เค้ารับผิดชอบเอง เราก็จะทำได้แค่เวลาแกกลับมาบ้าน ไปร้องเพลงให้ฟัง ไปกินข้าว”
อยากโสดนานกว่านี้ไหม? “ผมพูดได้ไม่ชัดเจนนะว่าจะโสดนานไม่นาน เพราะว่าจริงๆ จังหวะชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน จังหวะตอนนี้โสด รู้สึกว่ามีคุณค่ากับการได้ใช้ชีวิตมากขึ้น ไม่ได้หมายถึงว่าที่ผ่านมามันไม่ดีนะ หมายถึงว่าถ้าเรามีโอกาสได้โสดแล้วมันได้ใช้สิทธิ์อะไรหลายๆ อย่าง ไม่ได้หมายถึงเรื่องไปกินเหล้าเจ้าชู้แบบนั้น หมายถึงว่าได้ใช้ภาพลักษณ์ในทางที่ดี แล้วก็แบ่งความคิดบางอย่างให้กับงาน ให้กับสิ่งแวดล้อม ให้กับครอบครัว ให้กับโปรเจกต์ ก็ใช้มันไปก่อนดีกว่า อย่าเพิ่งลนลานที่จะต้อง ถ้ายังไม่ได้พร้อมมาก เดี๋ยวมีไปเดี๋ยวไปทะเลาะ เดี๋ยวไปมีปัญหากับเรื่องต่างๆ”
ปกติเราไม่ค่อยโสดนี่นา? “คุณเอาอะไรมาพูด (ถ้ามันไม่ใช่ก็บอกไม่จริง? แต่อันนี้ดูเหมือนจะอึ้งๆ?) ผมโสด โสดจริง ตั้งแต่มีข่าวก็คือไม่ได้มีใคร”
ไม่ได้ไขว่คว้าตามหาความรักด้วยใช่ไหม? “ผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน มันก็มีความรู้สึกทั้งนั้นแหละกับการที่จะต้องมีใครสักคน แต่เบิ้ลรู้สึกว่าความพร้อมของการมีความรักมันไม่ได้มาพร้อมกับความบาลานซ์ 100% อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีคู่รักที่ดี มันก็แล้วแต่จังหวะ แต่ถามว่า ณ ตอนนี้เบิ้ลอายุ 30 ผมรู้สึกว่าผมทำงานมาหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องการทำโปรเจกต์เบื้องหลัง เบื้องหน้า ผมรู้สึกว่าผมต้องการแฟนที่กึ่งคู่ชีวิตไปแล้ว ผมไม่ได้ต้องการแฟนที่เป็นกระแสสังคม แล้วก็เลิก แล้วก็อยู่ แล้วก็ไป กลายเป็นแฟนกึ่งคู่ชีวิตที่อาจจะไม่ได้สมบูรณ์ 100% ที่จะเข้ากับตัวเรา หรือเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญขนาดนั้นก็ได้ สามารถเข้ามาแล้วก็เติมแต่ง แล้วก็ปรับกันไปตามฐานะเราได้”
อยาก Sold out แบบพี่ณเดชน์ไหม? “ยังไม่อยากเหมือนพี่ เค้าก็ใช้เวลานานกว่าจะได้แต่ง ของผมเองผมว่าจริงๆ สมัยนี้ก็ไม่ต้องนานก็ได้ถ้ามันรู้ใจ แป๊บเดียว (คำตอบมันดูแย้งๆ กันนะ?) แต่ถามว่าในความฝันก็อยากมี (แต่ว่าไม่นาน?) ไม่มีจริงๆ ใครสนใจก็จีบได้นะ เปิดใจอยู่ พร้อมที่จะมีคนที่ดีเข้ามาในชีวิต ก็ไม่ได้สมบูรณ์มากก็ได้ ขอแค่ตอบไฮไฟว์ผมทุกวัน”


