เท้ง โต้ MOA ภาคสอง ประเคน‘กล้าธรรม’เสริมทัพรัฐบาล ยันไม่ได้เสียมารยาททางการเมือง เมินภาพ ‘ธรรมนัส’ใส่นาฬิกาหวาน สลักชื่อ ‘อนุทิน’ พริษฐ์แจงท่าทีกล้าธรรม ยื่นซักฟอกไม่ชัดเจน จะโหวตวางใจหรือไม่

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงพรรคประชาชน ปรับพรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกจากวิปฝ่ายค้านว่า การทำงานในระบบรัฐสภา ใครที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลย่อมทำหน้าที่ฝ่ายค้านทั้งหมด

สิ่งที่เราคาดหวังคือ การทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ จริงๆ เราอาจจะเห็นการออกมาแสดงความเห็นจากตัวแทนพรรคกล้าธรรมว่า เราดำเนินการไปเลยโดยไม่มีการพูดคุยกันมาก่อน ดูเหมือนเสียมารยาทการเมือง ไม่ได้ให้เกียรติพรรคกล้าธรรมหรือไม่

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ได้ทำแบบนั้น ความจริง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ประสานงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคกล้าธรรม ซึ่งมีการอัปเดตกับพรรค และส่งกลับมาที่ตนตลอด และก่อนที่นายพริษฐ์จะโพสต์เฟซบุ๊กออกไป เราพยายามประสานไปยังพรรคกล้าธรรม

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนพรรคกล้าธรรมจะมีช่องว่างการประสานงานที่ทำให้เพื่อนสส.หลายคนอาจไม่สบายใจ อย่างนายอรรถกร ศิริลัทธยากร โฆษกพรรคกล้าธรรม ที่ให้สัมภาษณ์ว่ารับสายจากสส.หลายคนว่าไม่สบายใจ ตนก็ไม่รู้ว่าการประสานภายในพรรคกล้าธรรมเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่า เราอยากเห็นฝ่ายค้านทุกพรรค ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ในฐานะฝ่ายค้านไม่ใช่รัฐบาล

เมื่อถามว่าแบบนี้จะไม่ใช่การถวายเสียง ประเคนใส่พานให้รัฐบาลหรือไม่ เพราะมีการวิจารณ์ว่าเหมือน MOA ภาคสอง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จะดูว่าเสียงฝั่งไหนเพิ่มขึ้น ควรไปถามพรรคกล้าธรรมโดยตรงว่าจะเพิ่มเสียงให้ฝั่งไหน ปัจจัยสำคัญคือการเคารพการทำงานของวิปฝ่ายค้านด้วยกัน

สาระสำคัญเป็นแบบที่นายพริษฐ์ได้กล่าวไป เราพูดคุยกันมาตลอดว่าจะลงมติอย่างไรในร่างงบประมาณ แต่พอถึงหน้างานจริง กลับอ้างว่ามีการพูดคุยกันในพรรคกล้าธรรม แล้วเปลี่ยนกันในวันนั้นเลย ตนคิดว่าแบบนี้ไม่ใช่กระบวนการที่ถูกต้อง หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ก็ทำงานลำบาก

เมื่อถามถึงนาฬิกาที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม สวมใส่ ซึ่งมีการสลักชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนขออ้างอิงคำให้สัมภาษณ์นายอรรถกร ที่บอกว่าความสัมพันธ์โดยส่วนตัวของ ร.อ.ธรรมนัส และนายอนุทิน ไม่ได้มีอะไรขัดแย้งกัน เป็นความสัมพันธ์ที่เดินหน้าด้วยดีมตลอด ความสัมพันธ์ส่วนตัวจะเป็นอย่างไร การทำหน้าที่ในสภาฯเป็นตัวชี้วัดมากกว่าว่า คุณทำหน้าที่สส.ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เติมเสียงรัฐบาล เราพยายามปรับองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้เกิดความชัดเจน ซึ่งหลังพรรคกล้าธรรมลงมติร่าง(พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ขัดต่อมติวิปฝ่ายค้าน ประกอบกับท่าทีที่ไม่ชัดเจนของพรรคกล้าธรรมที่จะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ จึงเป็นเหตุให้ตนหารือกับตัวแทนพรรคกล้าธรรม และนำมาสู่ข้อสรุปการปรับสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน

“ต้องย้ำว่าไม่ใช่ความขัดแย้ง เป็นการแยกกลไกการทำงานอย่างชัดเจน องค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เช่น โควตากระทู้ถามสด เรามองว่า ควรถูกจัดสรรให้กับพรรคที่ประสงค์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่กลไกใดที่เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของสส. เช่นสัดส่วนเวลาอภิปรายวาระต่างๆ การหารือปัญหาในพื้นที่ ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคกล้าธรรมอยู่แล้ว“ นายพริษฐ์ กล่าว

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายค้านพร้อมเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อหมุดหมายสำคัญคือ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งจะจัดทำญัตติให้เสร็จภายในเดือนนี้ และยื่นอภิปรายโดยไม่ชักช้า ที่ผ่านมาพรรคกล้าธรรมก็ให้ความร่วมมือประชุมและประสานงานมาตลอด

แต่การลงมติที่ขัดต่อมติฝ่ายค้าน ซึ่งเหตุผลที่บอกว่า อยากให้ประเทศมีงบประมาณ ตนคิดว่าไม่ได้สมเหตุสมผลทั้งหมด เพราะในมุมของฝ่ายค้าน พรรคประชาชนลงมติไม่เห็นด้วย ไม่ได้หมายความว่า ไม่เห็นชอบที่ประเทศจะมีงบประมาณ แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบแบบนี้ รวมถึงฝ่ายค้านก็มีมติรองรับความเห็นที่แตกต่างได้โดยให้โหวตงดออกเสียง

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เหตุผลที่สองคือ ท่าทีความไม่ชัดเจน ว่าจะร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือลงไปแล้ว จะมีมติอย่างไร เราใช้เกณฑ์นี้เป็นองค์ประกอบตัดสินใจ ไม่ได้เอาองค์ประกอบอื่น ที่เรารับรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น มาเป็นเกณฑ์หลัก พยายามจะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน