เผยแพ็กเกจโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน เปิดลงทะเบียน 27 ต.ค. ชงเข้า ครม.สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอแพ็กเกจโครงการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 26 ต.ค.2569
โดยตั้งเป้าส่งเสริมให้ประชาชนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ผ่านวงเงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วนของวงเงินก้อนที่ 2 หรือ 200,000 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดราว 70,000-80,000 หมื่นล้านบาท
โดยแบ่งเป็น ดังนี้ 1.ปล่อยกู้ผ่านสถาบันการเงินของรัฐ 3 แห่ง ได้แก่
– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ธนาคารออมสิน วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท
– ปล่อยสินเชื่อให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท
– อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 2.5% ต่อปี เท่ากันทุกแห่ง
– กำหนดระยะเวลากู้ไม่ต่ำกว่า 7 ปี
“จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องออกเงินเอง โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 27 ต.ค.2569 อัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 2.5% ต่อปี เท่ากันทุกแห่ง และกำหนดระยะเวลากู้ไม่ต่ำกว่า 7 ปี ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ต้องออกเงินเองเลย” นายเอกนิติกล่าว
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนของรูปแบบการติดตั้งโซลาร์เซลล์เปิดกว้างให้ประชาชนเลือกติดตั้งได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ บนหลังคาบ้าน บนพื้นที่ราบบนดิน และบนทุ่นลอยน้ำ (Floating) โดยสามารถติดตั้งกำลังการผลิตได้สูงสุดไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ แต่ภาครัฐจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าระบบสูงสุดที่ 5 กิโลวัตต์ โดยการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะรับซื้อในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย ตามมติคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (กพช.)
โดยรายได้จากการขายไฟฟ้าจะถูกนำไปผ่อนชำระคืนค่างวดให้แก่ธนาคารรัฐก่อน และหลังจากหักค่างวดชำระหนี้ธนาคารแล้ว คาดว่าประชาชนจะมีเงินรายได้สุทธิเหลืออยู่อีกประมาณ 700 – 1,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือเป็นการช่วยลดภาระค่าไฟและเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนไปพร้อมกัน
2.ค่าดำเนินการติดตั้งระบบสมาร์ตกริด (Smart Grid) และมิเตอร์ไฟฟ้า Smart Meter จำนวน 20,000-30,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงาน ในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะช่างติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อป้องกันปัญหาแรงงานไม่เพียงพอ โดยจะส่งรายชื่อผู้ ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้มีรายได้น้อยเข้าร่วมฝึกอบรมเพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้เพิ่ม
ทั้งนี้ คาดว่างบประมาณทั้งหมดที่ต้องใช้ในโครงการจะไม่เกิน 1 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกัน คาดว่า 1 ล้านครัวเรือนจะคลอบคลุมประชาชนที่มีความต้องการทั้งหมดติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งหมด อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการในการติดตั้งมากกว่านั้นมากกว่านั้น รัฐบาลอาจจะเปิดรับจำนวนการลงทะเบียนเพิ่ม
ส่วนรูปแบบการเปิดรับลงทะเบียนจะเป็นแบบ One stop service โดยเป็นความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ การไฟฟ้านครหลวง
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับโครงการการพัฒนาทักษะแรงงานนั้น จะเน้นฝึกอบรมผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวัยทำงาน อายุ 20–50 ปี เพื่อสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืน