“ทนายตุ๋ย” ขอเหยื่อ หนุ่มดาวติ๊กต็อก เข้าแจ้งความ ชี้ “วงการนี้มันแคบ” สุดท้ายต้องเปิดตัวในศาล หวั่นกระทบนักดนตรีรุ่นใหม่ที่ตั้งใจในสายอาชีพ
วันที่ 26 ต.ค. 2569 ที่อาคารมาลีนนท์ หลังจบรายการโหนกระแส นายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือ “ทนายตุ๋ย” ในฐานะทนายความผู้ให้ความรู้ด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีที่มีหญิงสาวอดีตแฟน และผู้เสียหายหลายราย เดินหน้าแฉพฤติกรรมหนุ่มดังติ๊กต็อก หลังพบเหยื่อมากกว่า 20 ราย ถูกหลอกถ่ายงาน-ล่วงละเมิดทางเพศ จนเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ในขณะนี้นั้น
นายพรศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นข้อกฎหมาย และการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งมีผู้เสียหายราว 20-28 ราย แนวทางการดำเนินคดีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง และฟังข้อมูลจากผู้เสียหาย จึงอยากเรียกร้องให้ผู้เสียหายนำข้อเท็จจริงพร้อมพยานหลักฐานมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการทำคดี
ทั้งนี้กรณีที่มีการล่วงละเมิดทางเพศ การถูกข่มขู่คุกคาม ข่มขืนกระทำชำเรา หรือทำให้เกิดความกลัว สามารถดำเนินคดีได้ตามข้อเท็จจริงนั้นๆ โดยหากการกระทำความผิดยังไม่สำเร็จ จะถือเป็นเรื่องพยายามกระทำความผิด และการกระทำต่อผู้เสียหายแต่ละรายนับเป็นความผิดแบบต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งต้องการให้ถูกดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อสังคม และกระทบต่อนักดนตรีรุ่นใหม่ที่ตั้งใจทำงานในอาชีพนี้
ทนายตุ๋ยชี้ว่า ผู้ก่อเหตุใช้ช่องว่าง และความดิ้นรนของคน นำกุศโลบายหรือความโลภมาเป็นตัวล่อเพื่อหาประโยชน์ โดยเฉพาะผู้หญิง ตนจึงอยากให้ออกมาแจ้งความร้องทุกข์พร้อมหลักฐาน ส่วนกรณีที่มีการบันทึกคลิปวิดีโอเพื่อข่มขู่แบล็กเมล หากมีการนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนการบันทึกคลิปไว้ข่มขู่ให้เกิดความกลัวเพื่อหวังประโยชน์ทางร่างกายหรือทรัพย์สิน ถือเป็นอีกหนึ่งหลักฐานความผิดทางกฎหมายเช่นกัน
นอกจากนี้ ทนายตุ๋ย ยืนยันเข้าใจความรู้สึกอายของผู้เสียหาย แต่ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมี พนักงานสอบสวนหญิง จัดไว้ดูแลคดีเกี่ยวกับเพศโดยตรง จึงอยากให้ออกมาแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ ไม่ให้ไปสร้างความเดือดร้อนหรือกระทำผิดกับผู้อื่นซ้ำอีก
พร้อมทิ้งท้ายถึงผู้ก่อเหตุที่ไม่ยอมเปิดเผยตัวตนว่า “วงการนักดนตรีเป็นวงการที่แคบ และในกระบวนการยุติธรรมสุดท้ายก็ต้องถูกเปิดเผยตัวตนในชั้นศาลอยู่ดี”
