สว.สำรอง บุก กกต. ยื่นทบทวนมติ 5 ต่อ 2 ส่งศาลรัฐธรรมนูญ หวั่นเป็นช่องฟอกขาวคดีฮั้วเลือก สว. เดือด 2 ปีไม่คืบ ส่อประวิงเวลา
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มตัวแทน สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อกกต. เพื่อเรียกร้องให้ทบทวนและยกเลิกมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ที่มีแนวคิดจะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่พิจารณาคุณสมบัติและการเลือกสว.
นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า คดีทุจริตและการฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปีแล้ว แต่การทำงานของ กกต. กลับไม่ชัดเจน ล่าสุดยังพยายามดึงเรื่องโดยอ้างว่า อำนาจการรับรอง คุณสมบัติผู้สมัคร สว. ของ กกต. ระดับอำเภอ จังหวัด และ กกต.กลาง ถือเป็นอันสิ้นสุดแล้ว และเตรียมยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไม่มีอำนาจรับคำร้อง
“พฤติกรรมเช่นนี้ เป็นการประวิงเวลา และพยายามใช้ศาลรัฐธรรมนูญมาหักล้างอำนาจของศาลฎีกาเพื่อฟอกขาวให้กับพวกพ้อง เลียนแบบคดีปกปิดทรัพย์สินในอดีต ตามกฎหมายมาตรา 62 เมื่อ กกต. มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำผิดก็ต้องส่ง เรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้พิจารณาชี้ขาด ซึ่งเป็นเสาหลักที่ ประชาชนเคารพและเชื่อมั่น”
นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า ขบวนการฮั้วเลือก สว.ครั้งนี้ ทำกันเป็นขบวนการมีทั้งวอร์รูมและคอลเซ็นเตอร์ มีผู้สมัครหลายรายที่ไม่ได้เซ็นชื่อรับรองตนเองในใบ สว.3 หรือไม่ รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเซ็นต์รับรองความรู้ความเชี่ยวชาญให้ จึงขอตั้งคำถามว่า กกต. กำลังทำหน้าที่เพื่อประชาชนหรือทำเพื่อใคร เพราะทั้ง กกต. ชุดนี้และศาลรัฐธรรมนูญต่างก็มีที่มาจาก สว.ชุดเดียวกัน
“ชุดสีกากีเป็นเครื่องแบบข้าราชการที่ทรงเกียรติ สวมใส่เพื่อเป็นรับใช้ประชาชน แต่ถ้า กกต.ยังมีพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ ฟอกขาวให้คนโกง ไม่เห็นหัวประชาชน ผมแนะนำให้ไปตัดเครื่องแบบใหม่ ใส่กางเกงขาสั้นเสียดีกว่า พร้อมจี้ให้ กกต. เร่งส่งสำนวนคดีผู้ต้องหา 78 ราย ให้ศาลฎีกาพิจารณา ตามขั้นตอนกฎหมายทันที” นายอัครวัฒน์ กล่าว