ปิยบุตร แถลงปิดคดีเงินกู้ ยก 5 ประเด็นมั่นใจอนาคตใหม่ไม่ถูกยุบ ย้ำไม่ผิด ม.62,66และ72 เตือนอย่าใช้นิติสงครามเป็นเครื่องมือ ลั่นหนังยุบพรรคจะจบไม่เหมือนเดิม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่พรรคอนาคตใหม่(อนค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ กรณีเงินกู้ ก่อนศาลนัดอ่านคำวินิฉัยคดีในวันที่ 21 ก.พ.ว่า พรรคขอแถลงปิดคดีเงินกู้ใน 5 ประเด็น คือ
1.ทำไมพรรคจึงกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพราะหลังจัดตั้งพรรคในเดือนต.ค. 2561 พรรคเริ่มระดมทุน รับบริจาค แต่มีประกาศ คสช. ห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมทั้งกกต.แจงข้อห้ามต่างๆ และจัดกิจกรรมระดมทุนไม่ได้ กฎหมายเรียกร้องให้เราทำเต็มไปหมด พรรคจึงตัดสินใจกู้เงิน ส่วนพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)จัดระดมทุนโต๊ะจีนได้มา 622 ล้านบาท มีบริษัทในเครือคิงเพาเวอร์ระดมทุนบริจาคกันหมด 3 บริษัท และบริษัททุนอื่นๆ อีก และพรรคพลังประชาชาติไทย ระดมทุนได้ 240 ล้านบาท นี่คือทางเลือกที่แตกต่างกันทั้ง 3 พรรค ซึ่งอนค.ไม่ต้องการรับเงินจากทุนขนาดใหญ่ ไม่ต้องการทุนผูกขาด มีบริษัทติดต่อมาแต่พรรคขอไม่รับ เพราะเราไม่ต้องการให้มีนายทุนมาครอบงำ จึงขอกู้เงินจากนายธนาธร เพราะเราไม่ต้องการปกปิด มีแจ้งในงบการเงิน เราต้องการให้โปร่งใส และมีการชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้
2.พรรคการเมืองกู้เงินได้หรือไม่ คำตอบคือ กู้เงินได้ เพราะพรรคคือนิติบุคคล หรือบริษัทเอกชน ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ ฉะนั้น บริษัทเอกชนย่อมกู้เงินได้ภายใต้อำนาจของกฎหมายที่กำหนดไว้ เข้าหลักทำได้ทุกอย่างเว้นแต่กฎหมายห้ามไม่ให้ทำ ซึ่งกกต.ให้คู่มือเกี่ยวกับความผิดและโทษเกี่ยวกับเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีข้อใดที่ระบุว่าพรรคการเมืองห้ามกู้เงิน เมื่อกฎหมายทั้งฉบับไม่มีข้อห้ามกู้เงิน เรายืนยันชัดเจนว่าทุกกฎหมายไม่มีข้อห้ามเรื่องกู้เงิน และเราตรวสอบพรรคอื่นพบว่า มี 16 พรรค ที่ใช้คำว่าเงินยืม เงินทดรองจ่าย มี 4 พรรคที่ระบุคำว่ากู้เงิน คือพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรคเงินเดือนประชาชน และพรรคพลังประชาชาติไทย ทั้งหมดนี้อยู่ในนิติกรรมในการยืมทั้งสิ้น
3.เงินกู้ไม่ใช่รายได้ ไม่ใช่เงินบริจาคหรือประโยชน์อื่นใด แต่เงินกู้ คือ หนี้สิน ในงบการเงิน เงินกู้จะอยู่ในหมวดของหนี้สิน อีกทั้งตามมาตรา 62 ของพ.ร.ป.พรรคการเมือง ระบุที่มาของรายได้ว่าไม่มีเรื่องเงินกู้ เพราะเป็นหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ และเงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค เพราะเงินกู้ต้องใช้คืน เราทำทุกอย่างในเรื่องเงินกู้อย่างโปร่งใส มีเอกสารกู้เงิน มีการชำระหนี้ตามกฎหมาย ซึ่งกกต.ให้เหตุผลว่า กู้ 191 ล้านบาท พรรคมีปัญญาใช้คืนหรือไม่ ตนตั้งคำถามในใจว่าทำไมไม่ถามพรรคอื่นบ้าง เพราะมีทั้งการยืม และเงินกู้เช่นกัน
4.การดำเนินการไม่ชอบด้วยกฎหมายของ กกต. ซึ่ง กกต.ใช้พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 66 ในการบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาท และความผิดตามมาตรา 72 คือการรับเงินที่ไม่ชอบโดยกฎหมาย ซึ่งเริ่มต้นจากมีนักร้องไปร้อง กกต.ตามมาตรา 66 ก็ยื่นต่อคณะที่ 13 และมีมติยกคำร้องโดยให้เหตุผลว่าพรรคกู้เงินได้ ต่อมา กกต.ส่งเรื่องไปยังสำนักสืบสวนที่ 18 อีก และมีมติเอกฉันท์ยกคำร้องเช่นเดียวกัน แต่กกต.ยังไม่หยุด ส่งเรื่องไปยังอนุฯ โดย 3 เสียงแจงว่าผิด อีก 2 เสียงให้ยกคำร้อง ซึ่งมาตรา 66 มี 2 คณะที่ยกเรื่องไปแล้ว และตามกฎหมายการเลือกตั้ง มาตรา 41 ว่าหากกรรมการไต่สวนยกเรื่อง ต้องยุติทันที แต่กรณีนี้ กกต.ยังเดินเรื่องต่อไปเรื่อยๆ
กกต.ตั้งฐานความผิดฝ่าฝืนมาตรา 62 , 66 และ 72 เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2562 และกกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอยุบพรรคในวันที่ 11 ธ.ค. ใช้เวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ และไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหามายังพรรคเลย หลักประกันของพรรค ในการต่อสู้ในชั้นการพิจารณา กกต.อยู่ตรงไหน กกต.เป็นองค์กรอิสระไม่ใช่นักร้องที่จะหยิบบัตรสนเท่ห์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต.จะรีบอะไรขนาดนั้น ไม่เคยสร้างหลักประกันใดๆ ทั้งนี้ ศาลเคยมีบรรทัดฐานว่าการพิจารณาคดีข้ามขั้นตอนของ กกต. เป็นสาระสำคัญที่ทำให้มีการวินิจฉัยยกคำร้องมาแล้ว จากกรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่ถูกกล่าวหารับเงินจากเอกชน
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

5.ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรค และไม่มีอำนาจตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) กล่าวคือรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (3) บัญญัติว่าหน้าที่และอํานาจอื่นตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญแล้ว ไม่มีมาตราใดที่กำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจยุบพรรคและตัดสิทธิกก.บห. โดยอำนาจยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิกก.บห.มีอยู่ในมาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมืองเท่านั้น ดังนั้น ประเด็นนี้เป็นข้อกฎหมายที่ศาลต้องวินิจฉัยก่อนว่ามาตรา 92 ของกฎหมายพรรคการเมือง ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
นายปิยบุตร กล่าวว่า บทลงโทษของมาตรา 66 มีแต่โทษเพิกถอนสิทธิของบุคคลที่บริจาคเงินเกิน และโทษปรับบุคคลที่บริจาคเงินเกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด ส่วนพรรคที่รับเงินดังกล่าว ก็ต้องส่งเงินคืนและเพิกถอนสิทธิ์กก.บห.เท่านั้น โดยไม่มีการยุบพรรค ที่สำคัญ กระบวนการนี้ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ คือ กกต.พิจารณาและส่งศาลอาญาและสู้กันถึง 3 ศาล โดยศาลรัฐธรรมนูญไม่เกี่ยว ส่วนกรณีมาตรา 72 มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคการเมืองเอาเงินสีเทามาใช้ในพรรค ถามว่าการกู้เงินผิดตรงไหน เพราะเงินที่มาก็มีแหล่งที่มาที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น พรรคไม่เกี่ยวกับมาตรา 72
นายปิยบุตร กล่าวว่า เหตุที่ต้องหยิบมาตรา 72 มาเป็นประเด็นเพราะ กกต.เห็นว่ามีโทษยุบพรรค กกต.ถึงจะส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคได้ การมาบอกว่าเมื่อกฎหมายไม่ให้กู้เงินแล้วโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยมิชอบย่อมเป็นความผิดนั้น ขอชี้แจงว่าพรรคไม่มีทางรู้ว่า กกต.จะตีความพิสดารขนาดนี้ ยืนยันได้ว่าพรรคไม่มีความผิดตามมาตรา 62 มาตร 66 มาตรา 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง
นายปิยบุตร กล่าวว่า วันที่ 21 ก.พ. หากยุบพรรคจริง จะเป็นครั้งแรกที่ยุบพรรคฝ่ายค้านและยุบก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน และไม่ใช่แค่ยุบพรรคเท่านั้น แต่เป็นการยุบความหวังของคนรุ่นใหม่ และทุบเข้าไปที่หัวใจของคนจำนวนมากที่หวังว่าประเทศไทยจะไปสู่จุดที่ดีกว่าเดิม และยังปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่ต้องการให้ประเทศไทยหลุดจากวงจรรัฐประหาร ลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาประชาธิปไตย อย่าเอานิติสงครามมาเป็นเครื่องมือ เพราะไม่เป็นคุณต่อการพัฒนาประเทศ ตรงกันข้ามจะตอกลิ่มให้ความแตกแยกร้าวลงไปเรื่อยๆ
“ผมฝากถาม กกต.และผู้บริหาร กกต.ในฐานะผู้ร้องยุบพรรคว่า ตื่นเช้ามาในแต่ละวันส่องกระจกแล้วถามตัวเองดังๆ ว่า คุณต้องการยุบพรรคเพราะเป็นพรรคอนาคตใหม่ใช่หรือไม่ และไม่ต้องการให้นายธนาธร และนายปิยบุตร มีบทบาทการเมืองใช่หรือไม่” นายปิยบุตร กล่าว
เลขาธิการพรรคอนค. กล่าวว่า วันที่ 21 ก.พ. พรรคจะนัดส.ส. กก.บห.และผู้สนับสนุน มาร่วมฟังคำวินิจฉัยพร้อมกันในเวลา 15.00 น. ที่ทำการพรรค และจะเปิดขายสินค้าของพรรค รับบริจาคและเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค เพื่อให้เห็นว่าพรรคที่กำลังโดนศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กลับมีผู้มาสนับสนุนจำนวนมาก
ท้ายที่สุด หนังยุบพรรคเรื่องนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะพรรคอนาคตใหม่จะไม่หายไป นายธนาธร และนายปิยบุตรจะไม่หายไป แต่จะเห็นว่าพวกเราโลดแล่นมากกว่าเดิม และส.ส.ของพรรคจะไม่เติมให้กับรัฐบาล ยืนยันว่าเราไม่ผิดตามมาตรา 62, 66 และ 72 ศาลรัฐธรรมนูญต้องยกคำร้อง
จะยุบพรรคและตัดสิทธิกก.บห.ไม่ได้