ดีเจ.ภูมิ ผ่าดราม่า ชี้ความแตกต่าง ระบบทุนนิยม กับ สังคมนิยม

นึกครึ้มอกครึ้มใจอยากที่จะเขียนระบายความรู้สึก และความตั้งใจของตนเอง ดีเจ.ภูมิ ภูมิใจ ตั้งสง่า เลยบรรยายมายาวเยียด พูดถึงเรื่องระบบ ทุนนิยม และ สังคมนิยม ส่วนจะเขียนว่าอย่างไรบ้างนั้น ลองอ่านกันดู

ดีเจ.ภูมิ

คุยอะไรกันอ่ะ

วันนี้อยากเขียนเรื่องนี้ เสี่ยง-ีน เสี่ยงดราม่าอีกแล้วแต่ก็อยากเขียน สังคมไทยมีความแตกแยกกันมานานแล้ว คล้ายๆกับประเทศเทศกำลังพัฒนาหลายๆประเทศ คนรวยก็รวยไปเลย คนจนก็ยากจนมาก..เราเลยมีช่องว่าง ทางสังคมที่ห่างกัน จนมีคำติดหูว่า “ไฮโซ และ โลโซ”.. ถึงแม้จะมีระยะห่าง และความแตกแยกบ้าง แต่คนสองกลึ่มนี้ จริงๆแล้ว ไม่ได้มีปัญหา หรือเกลียดอะไรกัน พวกเค้าแค่ไม่เค้าใจวิถีชีวิต ส่งผลไปสู่การกระทำของกันและกัน.. ผมต้องยอมรับว่า ผมเองก็ไม่เคยเข้าใจ

ผมโตขึ้นมาในครอบครัวนักธุรกิจ ในระบบ “ทุนนิยม” (Capitalism) เราคิดว่า ต้องพยายามช่วยกันทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น ประเทศจะได้เจริญขึ้น “ทุกคนทั้งประเทศ” จะได้มีกินมีใช้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเหมือนประเทศพัฒนาแล้ว ผมเลยมัวแต่มอง นโยบายทางรัฐพรรคการเมือง หรืออะไรก็ตามที่เอื้นระบบทุนนิยม แต่ก่อนผมไม่เข้าใจชาวบ้านว่า ทำไมถึงมีมุมมองทางการเมืองแบบนั้น


ทำไมถึงยอมขายเสียง ช่วงเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ผมเข้าใจแล้ว และผมก็เคารพและเห็นใจ รวมไปถึง “เห็นด้วย!” กับการกระทำของทุกๆคน ผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลที่แตกต่างกัน แล้วทุกคนก็พยายามทำสิ่งที่ดีที่สุด สำหรับตัวเรา และครอบครัวของเรา เงิน 3,000 บาท สำหรับบางคนมองว่าขายชาติ แต่สำหรับอีกคนมันอาจเป็นการอยู่รอดของครอบครัวอีกหลายเดือน

หลังจากที่ได้เริ่มทำรายการ คนหัวครัว ผมได้มีโอการไปใช้ชีวิตและค ลุกคลีกับชาวบ้านเยอะมากกก จนทุกวันนี้ ผมเริ่มไม่ค่อยเชื่อในระบบ “ทุนนิยม” แล้ว ผมเชื่อใน “สังคมนิยม”(Socialism)

ผมเห็นมาเยอะแล้ว กับประเทศทุรนิยม ที่เค้าเรียกกันว่า “ประเทศพัฒนาแล้ว” ทุกคนร่ำรวยจริง แต่เราแข่งขันกันจนเหนื่อย เป็นหนี้เป็นสินมากมาย เราเห็นแก่ตัว เน้นความเป็น independence หรือ พึ่งพาตัวเอง คนรวย คนมีอิทธิพล กำหนด กฎหมายบ้างเมือง นโยบายบ้านเมือง ค่านิยมสังคม สุดท้ายทุกคนต้องใช้ของแพงๆ แบรนด์แพงๆ ที่ไม่ได้ช่วยอะไร (ผมก็เป็น!) เด็กๆ พออายุ 18 ก็ย้ายไปอยู่เอง พ่อแม่พอแก่ตัวก็ส่งให้ไปอยู่บ้านคนชรา นี้หรือ ความสุข???


แต่สังคมนิยมสิ ทำเพื่อ สังคมเล็กๆ ของเรา เกิดมาโตมาในบ้านไม่ต้องใหญ่ แต่อบอุ่น นอนด้วยกัน กินข้าวด้วยกันทุกวัน รู้จักเพื่อนบ้านทุกคน ทักทายกันทุกครั้ง ได้อะไรมา ก็เอาไปแบ่งปันกัน จนคำทักทายติดปากชาวบ้านคือ “กินข้าวหรือยัง?” แม่งโครตได้ใจเลย ตอนนี้สังคมข้างบนสบายแล้ว แต่ถ้าประเทศจะไปข้างหน้าได้ “ทั้งประเทศ” สังคมรากหญ้าต้อง “สบายและไปได้ด้วยกัน!” ชาวนาคือกระดูสันหลังของประเทศ! อาหารที่พวกคุณผลิตคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของทุกๆ คน ในช่วงโควิดเราเห็นได้เลยว่า ของวัตถุทุกอย่างไม่มีใครสนใจแล้ว มันกินไม่ได้ เอาออกมาโชว์ มาใช้ไม่ได้

มันเหลือค่าอะไรล่ะ?! แต่อาหารเนี่ยสิ ตุนกันแย่งกัน ประเทศอื่นๆ ที่ผลิตอาหารเองไม่ได้ หลังจากนี้มีโอกาสที่จะอดตายกันได้ แต่ประเทศไทย ไม่แน่นอน!

ชาวนาและเกษตรกรไทย ควรจะได้รับการเชิดชูมากกว่านี้! แต่ทำไม จนลงจนลงทุกวัน? ทำงานยิ่งหนักยิ่งเป็นหนี้? คนที่มองว่าชาวนาคือคนที่ไม่มีความรู้ ผมอยากให้มองใหม่ พวกเค้าไม่ได้ไม่มีความรู้ พวกเค้าแค่ไม่มีความรู้ที่จะช่วยส่ง ระบบทุนนิยม! แต่ความรู้พวกเค้านั้นมหาศาล!! เค้ารู้ว่าอากาศแบบนี้ เดี๋ยวฝนจะตก ดินแบบนี้ปลูกอะไรได้อะไรไม่ได้ ปลาหาได้ยังไง หนูหาได้ยังไง สมมุติว่า ระบบทุนนิยมและเศรษฐกิจพังหมด เมืองกลายเป็นเมืองร้าง คนเมืองคงจะอยู่กันยาก แต่ชาวบ้านจะอยู่กันได้สบายมาก

นี่แหละคือ ความรู้ที่แตกต่างกันและคุณค่า ที่สังคมมองที่แตกต่างกัน นี่อาจเป็นข้อความที่ยาวที่สุดที่เคยเขียนมา สรุปคือสัญญาว่า หลังจากนี้ผมจะทุ่มทรัพยากรส่วนใหญ่ทั้งหมดของผมพยายาม ทำความเข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้านใหม่มากขึ้น ช่วยให้ความรู้ และพยายามยกระดับของชีวิตพวกคุณ ผมไม่เชื่อในการเปลี่ยนแปลงโลก แต่ผมเชื่อในการช่วยเหลือคนทีละคน ถ้าชีวิตเค้าดีได้ เค้าสามารถที่จะเป็นแรงบัลดาลใจให้คนรอบข้างเค้า ถ้าเค้าเปลี่ยนไปในทางที่ดี ได้จริง ครอบครัวเค้าอาจเปลี่ยนตาม สังคมเค้าอาจเปลี่ยนตาม แล้วใครจะไปรู้ล่ะ โลกมันอาจเปลี่ยนตามก็ได้ รอดูโปรเจ็กต์ในอนาคตละกัน..

พร้อมกับเขียนแคปชั่นว่า
นี่คือข้อความที่ยาวที่สุดที่เคยเขียน เสี่ยง-ีนด้วย เข้าการเมืองด้วย เสี่ยงดราม่าด้วย.. มันยาวจนใส่ลงไปใน แคปชั้น ไม่หมด เลยต้อง ตัดใส่เป็นภาพแทน… ยาวนะ แต่มันเป็นความรู้สึกในใจ.. ถ้าไม่ขี้เกียจก็ ค่อยๆปัดขวา ที่ภาพอ่านดูได้

ขอบคุณรูปจากไอจี : djpoom

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน