กมธ.ซีกรัฐบาล 36 คน โหวตอุ้มกองทัพเรือ ตัดแค่งบรถประจำตำแหน่ง 8 ล้านกว่าบาท จากงบทั้งหมด 1.5 หมื่นล้านบาท ทำฝ่ายค้านวอล์กเอาต์
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2564 รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 แจ้งว่า ที่ประชุมมีการพิจารณารายงานของคณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง 9 คณะ โดยในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และไอซีที เข้ารายงานเป็นคณะสุดท้าย ที่ก่อนหน้าคณะอนุฯ แขวนงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์อื่น ที่ไม่ใช่เรือดำน้ำลำที่ 2-3 เพราะกองทัพเรือได้ถอนเรื่องออกไป โดยไม่มีตัวแทนของกองทัพเรือเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกมธ.ชุดใหญ่ทราบ
ทำให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.ซีกพรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ที่ประชุมโหวตด้วยการยกมือว่าปรับลดงบกองทัพเรือหรือไม่ ซึ่งขณะนั้นนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ในฐานะรองประธานกมธ. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก็เห็นชอบด้วยกับข้อเสนอของนางเรืองไกร

แต่ทางฝ่ายค้าน โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กมธ.งบฯ พยายามเจรจากับนายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายวิเชียร ชวลิต รองประธานกมธ. เพื่อให้ชะลอการพิจารณาออกไป เพราะงบของกองทัพเรือมีถึง 15,858,040,000 บาท แต่ตัดไปเพียง 8 ล้านกว่าบาทเท่านั้น
แต่การคัดค้านของซีกฝ่ายค้านไม่เป็นผล ทำให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ทั้งหมด ทำให้กมธ.ซีกรัฐบาล ทั้ง 36 คน ยกมือให้ปรับลดเพียงรายการเดียว คือ รถประจำตำแหน่ง จำนวน 5 คัน คันละ 1.67 ล้านบาท รวม 8.38 ล้านบาท ส่วนรายการจัดซื้ออื่นๆ ยังอยู่ครบ เช่น โครงการอากาศยานไร้คนขับ เพื่อลาดตระเวนชายฝั่ง ซึ่งจัดซื้อจากจีนจำนวน 3 ตัว ใช้งบ 4,100 ล้านบาท เรือดำน้ำลำที่หนึ่ง ซึ่งเป็นงบผูกพัน 1,145 ล้านบาท เรือยกพลขึ้นบก หรือแอลพีดี จำนวน 1,700 ล้านบาท และโดรนเอนกประสงค์(ยูเอวี) มูลค่า 570 ล้านบาท ทั้งนี้ การประชุมเสร็จสิ้นในเวลา 16.30 น.