ลำปาง โควิดคร่าอีก 7 ราย เป็นผู้สูงอายุ ระหว่าง 78-89 ปี ส่วนยอดติดเชื้อใหม่พุ่งเกิน 1,000 ราย ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 จ.ลำปาง เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 จ.ลำปาง พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่กระจายทุกอำเภอจำนวน 1,675 ราย มากที่สุด อ.เมืองลำปาง 680 ราย รองลงมาได้แก่ อ.วังเหนือ 377 ราย อ.ห้างฉัตร 137 ราย อ.งาว 96 ราย อ.เถิน 81 ราย อ.เกาะคา 55 ราย อ.เมืองปาน 49 ราย เสียชีวิต 1 ราย อ.แจ้ห่ม 47 ราย อ.สบปราบ 46 ราย อ.แม่ทะ 44 ราย อ.เสริมงาม 33 ราย และ อ.แม่พริก 13 ราย รวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 24,817 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิต 7 ราย ได้แก่รายที่ 1 เป็นชายชรา อายุ 84 ปี มีโรคประจำตัวโรคภาวะหัวใจห้องบนเต้นผิดจังหวะ เป็นผู้ป่วยติดเตียง ประวัติได้รับวัคซีนเข็มแรก AstraZeneca เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.64 และเข็มที่ 2 Pfizer เมื่อวันที่ 6 ม.ค.65

รายที่ 2 เป็นชายชรา อายุ 89 ปี มีโรคประจำตัว เป็นโรคมะเร็งลำไส้ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยติดเตียงได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 AstraZeneca เมื่อวันที่ 30 พ.ย.64 เข็มที่ 2 Pfizer เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.64

รายที่ 3 เป็นหญิงชรา อายุ 80 ปี มีโรคประจำตัว HT หลอดเลือดสมอง ได้รับวัคซีนเข้มแรก sinovac เมื่อวันที่ 9 พ.ย.64 เข็มที่ 2 AstraZeneca เมื่อวันที่ 29 พ.ย.64

รายที่ 4 เป็นชายชรา อายุ 82 ปี ไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้รับวัคซีน

รายที่ 5 เป็นหญิงชรา ชาว อ.แม่เมาะ อายุ 87 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคไตวาย โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ประวัติไม่ได้รับวัคซีน

รายที่ 6 เป็นหญิงอายุ 79 ปี ชาว อ.เมืองปาน ไม่มีโรคประจำตัว ประวัติไม่ได้รับวัคซีน

รายที่ 7 เป็นหญิงอายุ 78 ปี ชาว อ.เกาะคา ประวัติไม่มีโรคประจำตัว ไม่ได้รับวัคซีน โดยผู้เสียชีวิตทั้งหมด ญาติได้นำร่างไปฌาปนกิจ ภายใต้แนวทางการจัดการศพด้วยโรคติดเชื้อโควิด-19 ของกองบริหารสาธารณสุข สำนักงานปลัด สธ.เรียบร้อยแล้ว

นพ.ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์ สสจ.ลำปาง กล่าวว่า จ.ลำปาง ขอความร่วมมือประชาชนชาวลำปาง รักษามาตรการความปลอดภัย DMHTT อย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป และยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ขอให้ติดต่อรับบริการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลใกล้บ้านให้เร็วที่สุด และเข้ารับบริการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และหากตรวจ ATK พบผลบวก ให้โทรติดต่อหน่วยบริการใกล้บ้านท่าน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน