บิ๊กโจ๊ก ประกาศเรื่องนี้ใครเป็นคนทำต้องรับผิดชอบ ลั่นนิสัยผมขึ้นชื่อเป็นนักสู้อยู่แล้ว เผยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานการเงินเส้นไหนที่เชื่อมโยงมาถึง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ก.ย.66 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. กล่าวหลังตำรวจชุด PCT ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษนำหมายค้นเข้าขอตรวจค้นบ้านพักและมีลูกน้องคนสนิทถูกจับกุมหลายนาย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากดูหมายค้นพบว่าเป็นหมายค้นที่ไม่สุจริต เนื่องจากลงหมายค้นว่าจะค้นบ้านเลขที่นี้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเป็นบ้านเลขที่ของใครและใครเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งตามปกติ หลักการออกหมายค้นต้องระบุว่าเจ้าของบ้านที่คนนั้นเป็นใคร โดยบ้านทั้ง 5 หลังที่ตำรวจมาค้นนั้น มีญาติของตนมีชื่อเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นชาวสงขลา และเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง ไม่ใช่เจ้าของบ้านที่เป็นพลเรือนคนอื่น โดยเชื่อว่าหากศาลรู้ว่าบ้านหลังที่จะค้นเป็นบ้านของรองผบ.ตร.ก็จะไม่ออกหมายให้แน่นอน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หากจะออกหมายค้นโดยที่ไม่มีชื่อเจ้าของบ้านแบบนี้ เท่ากับว่าตำรวจสามารถไปค้นบ้านของคนอื่นได้โดยที่ไม่ต้องมีชื่อเจ้าของบ้าน ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่ได้กังวลใจ เพราะถ้าศาลมีความประสงค์อยากจะค้นบ้านของตน ก็ยืนยันที่จะให้ค้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ต้องให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เป็นผู้ค้น จากการตรวจค้นที่ผ่านมาตนเป็นคนนำค้นทั้งหมด 5 หลัง ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย มองว่าการจะตรวจค้นบ้านของตำรวจชั้นผู้ใหญ่ควรมีหลักฐานที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงิน

ส่วนที่มาที่ไปของการค้นบ้านในวันนี้ เนื่องจากตนทำคดีใหญ่มาเยอะ กระทบกระทั่งหลายส่วน ซึ่งตนก็เตรียมความพร้อมในการรับแรงกระแทกอยู่แล้ว ในส่วนของตำรวจที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด ยอมรับเป็นลูกน้องคนสนิทที่ทำงานร่วมกันมาหลายปี ตอนนี้ยังไม่ได้รับคำชี้แจง รอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ขอประกันตัวต่อศาล เสร็จแล้วก็ออกมาปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ยืนยันตราบใดที่ยังไม่ถูกตัดสิน คนผู้นั้นก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ หลังจากนี้ก็มีหน้าที่ไปชี้แจงต่อศาลว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์หรือไม่อย่างไร อยากให้มองคนละประเด็นว่า คนที่ถูกออกหมายจับ คือลูกน้องไม่ใช่ตนเอง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานการเงินเส้นไหนที่เชื่อมโยงมาถึงตน เนื่องจากยืนยันว่าไม่เคยรับเงินจากเว็บพนันออนไลน์

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องการเมืองภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ยังหาคนสั่งการไม่ได้ แต่การดำเนินการของตำรวจในวันนี้มองว่าเกินกว่าเหตุ เพราะนำกำลังตำรวจเข้ามาดูด้วยและจากที่ตนทราบคือ ตระเตรียมการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว เรื่องนี้ใครเป็นคนทำก็ต้องรับผิดชอบ แต่ยังหาคนสั่งไม่ได้ ซึ่งนิสัยของตนขึ้นชื่อว่าเป็นนักสู้อยู่แล้ว ใครค้นบ้านโดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินคดี ดังนั้นตนตั้งทีมทนายขึ้นมา เพื่อตรวจสอบว่ามีการประพฤติโดยมิชอบหรือไม่ หากพบว่ามีก็จะดำเนินคดีกับกลุ่มคนเหล่านั้น

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับตำแหน่งแต่งตั้งผบ.ตร.ที่จะถึงเร็วๆ นี้ แล้วตัวเองถูกสกัด หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ขอตอบ แต่อยากให้ไปดูเอาเองว่าตอนนี้มีเรื่องไหนที่มาแรงที่สุดในวงการตำรวจ อีกมุมหนึ่งมองว่าตัวเองทำคดีมากมายและไปเกี่ยวข้องกับตำรวจเยอะ ก่อนหน้านี้ก็ออกหมายจับตำรวจหลายคนและเข้าค้นหลายที่ ซึ่งต้องรับแรงกดดันที่จะเกิดขึ้น

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ตนไม่อยู่เฉย แต่ไม่ใช่การเช็คบิลย้อนหลัง เป็นเพียงการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง ยอมรับว่าไม่ได้บั่นทอนจิตใจและไม่ได้รู้สึกกังวล หลังจากนี้เตรียมชี้แจงกับนายกรัฐมนตรีและผบ.ตร. หลังจากมีกระแสให้เตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบประเด็นนี้

 

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน