กฤษอนงค์ ลั่นขอใช้สิทธิ์ปกป้องตัวเอง ดำเนินคดีทนายบอสพอล แฉตบทรัพย์ 10 ล้าน ทำเสียหาย ยันไม่ได้รับเงิน 2 ทาง แต่เป็นวิธีทำงาน 2 มิติ
วันที่ 22 ต.ค. 2567 ที่มาลีนนท์ทาวเวอร์ ถนนพระราม 4 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือพัช ผู้ก่อตั้งองค์การต่อต้านแชร์ลูกโซ่และประธานศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่าย-ออนไลน์ ให้สัมภาษณ์กรณีถูกแฉว่ามีการรีดทรัพย์จาก “บอสพอล” และ “บอสปัน”
โดยระบุว่า สำหรับเรื่องเงิน 600,000 บาท ตนชี้แจงว่าเป็นค่าดำเนินการ ที่ตนต้องจัดตั้งทีม วางแผนขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำงานร่วมกับดิไอคอนและผู้เสียหาย ซึ่งตอนนั้นบริษัท ดิไอคอนติดต่อมาให้ช่วยในการประสานกับเหล่าผู้เสียหายเพื่อคืนเงินเยียวยา ขณะนั้นยังไม่เป็นประเด็นสังคมแบบนี้
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวต่อว่า คุณปันมาหาตนที่บ้าน มาขอร้องให้ช่วย ซึ่งมันเป็นการจ้าง เป็นเรื่องของธุรกิจ ตนไม่ได้รับเงินเองจากมือ เป็นทีมงานรับเงินอีกที หลังจากนี้ตนจะคืนเงินจำนวนนี้กลับไปที่ทางบริษัท ดิไอคอน แต่จะคืนให้กับใครต้องไปดูอีกที
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเงิน 2 ล้านบาท ที่หนอนของบอสพอลชี้ว่าเป็นการรีดทรัพย์จากบอสพอลเพื่อเคลียร์กับเหล่าตัวตึง เป็นจำนวนเงินชุดแรกของผู้เสียหาย 17 คน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมอยู่ในก้อน 8 ล้านบาทที่ต้องคืนให้ผู้เสียหายอยู่แล้ว
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวต่อว่า ที่ถูกสังคมมองว่าตนไปรับมาจากผู้เสียหาย ตรงนี้ผู้เสียหายตกลงกันเอง เพื่อสนับสนุนทีมของตนที่เข้ามาช่วยเหลือ ทีมของตนก็นำเงินมาเป็นกองทุนทำบุญ เป็นค่าเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำผู้เสียหย ยืนยันไม่ได้เป็นการเรียกเงินจากผู้เสียหาย
ส่วนเรื่องเรียกเงินผู้เสียหาย 20% น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวว่า ตนพูดครั้งที่ร้อยแล้ว ไม่เคยบอก ไม่เคยออกจากปากตนเลย เงินจำนวนนี้ตนก็ไม่ได้เก็บไว้เอง หลังจากมี 20 คนที่จ่ายมา ก็มี 1 คนมาขอคืน ตนก็ให้ไปแล้ว เรื่องของจำนวนเงินทั้งหมด กำลังให้ทีมทำสเตทเม้นท์ออกมา แล้วจะออกมาชี้แจงให้ว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้าง
เมื่อถามว่าแบบนี้เป็นการรับเงิน 2 ทางหรือไม่ น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้รับเงิน 2 ทาง แต่เป็นวิธีการทำงานที่ต้องมี 2 มิติ ทั้งจากฝั่งบอสพอลที่เราต้องเจรจาต่อรองกับฝ่ายผู้เสียหายทั้ง 89 คน ตนอยากอยู่ฝั่งผู้เสียหายอยู่แล้ว แต่ที่ต้องไปเจรจากับบริษัท ถ้าตนไม่รู้จักกับพอล มันก็ไม่มีเส้นในการเจรจา ซึ่งตนคิดถึงใจของผู้เสียหายมาโดยตลอด
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ตอนนี้ปัญหาปลายเหตุก็ได้รับการแก้ไขแล้ว คือการโอนเงินคืนผู้เสียหาย แต่สิ่งที่ตนตั้งใจคือแก้ไขตัวกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบบริษัท ดิไอคอนอีก ส่วนตัวไม่ได้กังวลว่าจะโดนคดีไปด้วย เพราะตนสามารถชี้แจงข้อเท็จจริง ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่โยงว่าตนกับประธาน ส. เป็นนักรีดทรัพย์ ตนไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วย ไม่ได้คุยกันมาเป็น 10 ปีแล้ว ส่วนกรณีที่มีคลิปเสียงที่ประธาน ส. ไปรีดทรัพย์บอสพอล ตนยืนยันกับสื่อว่า 99.99% คนในคลิปเสียงเป็นประธาน ส. ซึ่งตนพร้อมให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ในฐานะพยาน
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตนถูกทนายของบอสพอล กล่าวหาเรื่องรับเงิน 10 ล้าน ตนจะใช้สิทธิ์ในการปกป้องตัวเอง และจะมีการดำเนินคดีต่อไปที่ทำให้ตนเสียหาย