ดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรม มี.ค. วูบ เหตุแผ่นดินไหว -ยันสหรัฐเลื่อนเจรจาไม่กระทบไทย

นอกจากนี้ การปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียม ในอัตรา 25% มีผลตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2568 อาจส่งผลให้การส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดหลักชะลอตัวลง รวมถึงผู้ประกอบยังห่วงกังวลมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ของสหรัฐ กระทบยอดส่งออกรถยนต์ และต่อเนื่องกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ของไทยลดลง
จากการชะลอคำสั่งซื้อของประเทศคู่ค้าเพื่อรอความชัดเจนในนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ เห็นได้จากเดือนก.พ.2568 ยอดการส่งออกลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.34% ส่งผลให้ดัชนีฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเช่นกัน อยู่ที่ระดับ 95.7 ลดลงจากครั้งก่อนคาดไว้อยู่ที่ 97.6

สำหรับการเจรจาของไทยต่อสหรัฐที่ถูกเลื่อนออกไป ไม่เป็นไปตามแผนเดิมนั้น ภาคเอกชนมองว่าปัญหาของไทยอาจจะไม่ใช่ปัญหาสำคัญของสหรัฐ หากไทยได้รับคิวแรกที่เจรจา ก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ของสหรัฐที่ต้องเร่งหารือ ซึ่งไทยยังมีเวลา เพราะยังมีอินโนเวชั่นที่ไทยยังมีซัพพลายที่ต้องเจรจาเพิ่มเติม ทำให้เราอาจมีโอกาสเจรจามากขึ้น

ส่วนกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความกังวลว่าอาจมีผลต่อการเจรจาภาษีสหรัฐนั้น เห็นว่าเรื่องการเจรจามีทั้งภาคการเมืองกับราชการทำหน้าที่เจรจาอยู่แล้ว จึงต้องแยกส่วนกัน ซึ่งการเมืองอาจจะกระทบบ้าง

วันนี้ทั่วโลกให้ความสนใจกับการปรับภาษีภาษีนำเข้าศุลกากรที่ประเทศไทยจะโดนขึ้นที่ 36% ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ และเมื่อเทียบในภูมิภาคเดียวกันกับประเทศที่ผลิตสินค้าเดียวกัน อย่างเวียดนามที่โดนถึง 46% ไทยก็อาจจะมีแต้มต่อ ดังนั้น ในช่วงฝุ่นตลบก็ต้องรอดูก่อน

“เรายังไม่ได้มองถึงขนาดที่ไม่สามารถหารือกันได้ เพราะทีมเจรจาหลักทั้ง 2 ท่าน โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง และนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ มีความเข้มแข็ง และพยายามทำแผนเจรจาไว้เป็นอย่างดีแล้ว”

อย่างไรก็ตาม ส.อ.ท.มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้บูรณาการความร่วมมือในการจัดทำแผนรับมือเหตุแผ่นดินไหวและมีระบบการตรวจสอบความปลอดภัยในการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งเร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

ขณะเดียวกัน เสนอให้ภาครัฐเร่งเปิดตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพรองรับสินค้าไทยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้าเช่น อินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา เป็นต้น รวมทั้งเร่งเจราจาความร่วมมือเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ)ไทย-อียู

เพื่อสร้างโอกาสในการส่งออก และเสนอให้ภาครัฐออกมาตรการเพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมในประเทศไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ เช่น มาตรการทางภาษี เงินอุดหนุนในการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ เป็นต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน