พิชัย หนุน JUMP+ปลุกตลาดหุ้นไทย มั่นใจงบปี 69 ฝ่าด่านการเมือง ผ่านสภาได้

20 มิ.ย.2568 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลัง การเข้าร่วมประชุมหารือกับบริษัทจดทะเบียน เพื่อให้ข้อมูลโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (โครงการ JUMP+) ว่า หลักการที่ได้ทำคือการพัฒนาบริษัทขนาดเล็ก ที่อาจจะยังไม่มีบุคลากรไม่มีกำลังทรัพย์ที่จะจ้างที่ปรึกษา ให้มีการพัฒนาที่ดีมากขึ้น

ซึ่งได้มีการชี้แจงว่าจะต้องทำอะไรบ้างใน 1 ปี เพื่อที่จะทบทวน เช่น ผลประกอบการ , P/E Ratio , ธุรกิจที่เข้าร่วมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันให้ธุรกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เหมือนกับที่บริษัทขนาดใหญ่ นอกจากนี้เมื่อทำแล้ว จะต้องนำสิ่งที่คาดหวังหรือสิ่งที่ได้วางแผนมาเปิดให้นักลงทุนได้ทราบด้วย

ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่เป็นอยู่ ปัจจุบันขึ้นอยู่กับความมั่นใจเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย และเชื่อว่าตลาดทุนโดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย เป็นสิ่งคู่กัน เป็นทางเลือกหนึ่งของนักลงทุน

“วันนี้จะเห็นว่าดัชนีหุ้นไทยมาถึงจุดที่ค่อยข้างต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ซึ่งก็อาจจะปรับลดลงเพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี ซึ่งหากเข้าใจว่าหุ้นตัวไหนบริหารได้ดี ในระยะปานกลาง-ยาว สามารถที่จะฟื้นได้ ผมว่านักลงทุนอาจจะต้องคิดใหม่ ไม่ใช่ซื้อเช้าขายบ่าย แต่ต้องซื้อแล้วเก็บยาวหากมีความมั่นใจ”

นอกจากนี้ ในด้านความเชื่อมั่นก็มีหลายอย่าง ทั้งกฏเกณฑ์ของตลาดที่ออกมาค่อนข้างเยอะแล้ว เพื่อจะปิดช่องว่างระหว่างนักลงทุนขนาดใหญ่และขนาดเล็ก หรือนักลงทุนต่างประเทศนักลงทุนไทย ในแง่ของการเปิดเผยข้อมูล การขายหุ้น เช่น Naked Short Selling การลงโทษเอาผิดเมื่อพบว่าลงทุนไม่ถูกต้อง เป็นต้น

แม้ดัชนีตลาดหุ้นจะอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอดีต แต่ตลาดทุนยังคงเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ หากผู้ลงทุนมองระยะยาว และเข้าใจโครงสร้างเศรษฐกิจ ก็ยังมีโอกาสเติบโต โครงการนี้ยังสอดรับกับนโยบายแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ระบบสาธารณูปโภค การท่องเที่ยว พลังงาน และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิ์ถือครองที่ดินของต่างชาติ

ในส่วนการพิจารณางบประมาณปี 2569 เชื่อว่าจะไม่กระทบเช่นกัน โดยมั่นใจจะผ่านการพิจารณของรัฐสภา เพราะเชื่อว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะช่วยกันผลักดันให้ผ่านไปได้เพื่อประโยชน์ของประเทศ แม้จะมีปัญหาด้านเสถียรภาพทางการเมืองในขณะนี้

นอกจากนี้ปัจจุบันการเมืองมีความร้อนแรง หลายคนมองว่าจะทำให้กระทบการเจรจาการค้าและภาษีไทย-สหรัฐนั้น ในขณะนี้ได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยยังคงยึดในกรอบข้อเสนอ 5 ข้อเดิมที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่การเจรจาไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะได้มีการเซ็น Non-Disclosure Agreement (NDA) กับสหรัฐฯ แล้ว จึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลทั้งรายละเอียดเงื่อนไข หรือวันเจรจา และมองว่าทุกประเทศไม่มีทางเจรจาจบลงง่ายๆ อาจจะต้องขยายระยะเวลาเพิ่ม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน