ภาษีทรัมป์-เศรษฐกิจซบ ฉุดธุรกิจตั้งใหม่ 6 เดือนแรกวูบ 5.49%
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เป็นแรงผลักดันจดทะเบียนใหม่ 6 เดือนแรกเติบโตมาจาก 5 ธุรกิจหลักๆ ได้แก่ขายส่งผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ โต64.45% โรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด โต 48.93% กิจกรรมทางกฎหมายโต 46.79% ขายส่งสินค้าทั่วไปโต 46.40% ขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสารโต 21.05% ส่วนธุรกิจโตลดลง คือขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป ลง 31.50% กิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง ลง 29.11% ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตลง26.05% อสังหาริมทรัพย์ลง 21.50% ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ลง 12.97%
สำหรับครึ่งปีแรก 2568 จดตั้งธุรกิจใหม่ลดลง สะท้อนถึงปัจจัยเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ท้าทายและการรอดูทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐช่วยเข้ามาลดผลกระทบบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและดึงความเชื่อมั่น เมื่อพิจารณาเชิงลึกจะเห็นได้ว่ามีประเภทธุรกิจกว่า 328 ประเภทมีอัตราจัดตั้งเพิ่มคิดเป็น 35.69% บางกลุ่มเติบโตต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษา ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจขายส่ง และกลุ่มโรงแรมรีสอร์ท ขยายตัวติดต่อ 3 ปี
ส่วนแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2568 คาดจำนวนจดธุรกิจใหม่จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 41,000-42,000 ราย ส่งผลให้ทั้งปี 2568 คาดมียอดจดทะเบียนรวม 85,000 ราย จากปี2567 ยอดรวม 87,956 ราย โดยรับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการเที่ยวคนละครึ่ง และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเอสเอ็มอี ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในครึ่งปีหลัง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด ธุรกิจขนส่งคนโดยสารและสินค้า ธุรกิจขายส่งผลิตภัณฑ์อาหาร และธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
” ยังต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์ มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tax) ของสหรัฐ อาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งกรมจะติดตามสถานการณ์และเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วยองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การจับคู่ธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการตลาด การจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการรับมือกับโอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศต่อไป” นางอรมน กล่าว