ภาษีทรัมป์-เศรษฐกิจซบ ฉุดธุรกิจตั้งใหม่ 6 เดือนแรกวูบ 5.49%

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เดือนมิ.ย.2568 ยอดจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 7,023 ราย ลดลง 328 ราย หรือลด 4.46% เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 5.34% จากเดือนพ.ค. 2568 ทุนจดทะเบียน อยู่ที่ 18,113 ล้านบาท ลดลง 9,866 ล้านบาท หรือลด 35.26% จากปีก่อน
ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร 295 ราย โดยเดือนมิถุนายนปีนี้ มีธุรกิจที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งเกิน 1,000 ล้านบาท 1 ราย คือ บริษัทราชดำริ ฮอลพิทอลลิตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด ประกอบกิจการโรงแรม ทุนจดทะเบียน 2,600 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรก2568 มียอดจดตั้งธุรกิจใหม่ 43,838 ราย ลดลง 2,545 ราย หรือลบ 5.49% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 ส่วนทุนจดทะเบียนรวม 149,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,061 ล้านบาท หรือ 2.80% ธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ และภัตตาคาร/ร้านอาหาร
นางอรมน กล่าวว่า สำหรับเลิกประกอบกิจการมีจำนวน 1,468 ราย เพิ่ม 52 ราย หรือ 3.67% และมีทุนจดทะเบียนเลิก 10,403 ล้านบาท เพิ่ม 5,499 ล้านบาท หรือเพิ่ม 112.16% ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร
ส่งผลให้เลิกครึ่งปีแรก 2568 มีจำนวน 6,244 ราย เพิ่มขึ้น 205 ราย หรือเพิ่ม 3.39% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ทุนจดทะเบียนเลิกสะสม 30,544 ล้านบาท ลด 46,205 ล้านบาท หรือลบ 60.20% โดยธุรกิจเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร
อย่างไรก็ตาม ครึ่งปีแรก2568 แม้ตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจจะชะลอตัวแต่เงินลงทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ส่วนเลิกธุรกิจตัวเลขขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ทุนเลิกลดลง ถือว่าเป็นไปตามวัฎจักรของการจดทะเบียนธุรกิจโดยสัดส่วนการจัดตั้งธุรกิจต่อการจดทะเบียนเลิกมีสัดส่วน 7:1 หรือ จัดตั้ง 7 ราย เลิก 1ราย โดยเท่ากับค่าเฉลี่ยครึ่งปีแรกเทียบช่วง 5 ปีย้อนหลัง (2563-2567)

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่เป็นแรงผลักดันจดทะเบียนใหม่ 6 เดือนแรกเติบโตมาจาก 5 ธุรกิจหลักๆ ได้แก่ขายส่งผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ โต64.45% โรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด โต 48.93% กิจกรรมทางกฎหมายโต 46.79% ขายส่งสินค้าทั่วไปโต 46.40% ขนส่งและขนถ่ายสินค้ารวมถึงคนโดยสารโต 21.05% ส่วนธุรกิจโตลดลง คือขายปลีกสินค้าอื่นๆในร้านค้าทั่วไป ลง 31.50% กิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง ลง 29.11% ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ตลง26.05% อสังหาริมทรัพย์ลง 21.50% ภัตตาคาร/ร้านอาหาร ลง 12.97%

สำหรับครึ่งปีแรก 2568 จดตั้งธุรกิจใหม่ลดลง สะท้อนถึงปัจจัยเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ท้าทายและการรอดูทิศทางเศรษฐกิจในประเทศ แต่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐช่วยเข้ามาลดผลกระทบบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและดึงความเชื่อมั่น เมื่อพิจารณาเชิงลึกจะเห็นได้ว่ามีประเภทธุรกิจกว่า 328 ประเภทมีอัตราจัดตั้งเพิ่มคิดเป็น 35.69% บางกลุ่มเติบโตต่อเนื่อง เช่น ธุรกิจให้คำปรึกษา ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจขายส่ง และกลุ่มโรงแรมรีสอร์ท ขยายตัวติดต่อ 3 ปี

ส่วนแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2568 คาดจำนวนจดธุรกิจใหม่จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 41,000-42,000 ราย ส่งผลให้ทั้งปี 2568 คาดมียอดจดทะเบียนรวม 85,000 ราย จากปี2567 ยอดรวม 87,956 ราย โดยรับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการเที่ยวคนละครึ่ง และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเอสเอ็มอี ช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตในครึ่งปีหลัง ได้แก่ ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท ห้องชุด ธุรกิจขนส่งคนโดยสารและสินค้า ธุรกิจขายส่งผลิตภัณฑ์อาหาร และธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร

” ยังต้องจับตาผลกระทบจากสถานการณ์ มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tax) ของสหรัฐ อาจกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งกรมจะติดตามสถานการณ์และเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วยองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าและเทคโนโลยีที่ทันสมัย การจับคู่ธุรกิจและเพิ่มโอกาสทางการตลาด การจับมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการในการรับมือกับโอกาสและความท้าทายของเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศต่อไป” นางอรมน กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน