เมล็ดยาง ราคาพุ่งกิโล 13 บาท จากปกติกิโลละ 3 บาท – กยท. จับมือ Nomura ลุยแปรรูปเป็นน้ำมันเครื่องบิน ตั้งเป้าส่งออกญี่ปุ่น 300,000 ตันต่อปี
วันที่ 3 ก.ย. 2568 นายเพิก เลิศวังพง ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย และรักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือ (Letter of Intent: LoI) กับ Mr. Shoji Nomura ประธาน บริษัท Nomura Jimusho, Inc. ณ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้มุ่งหมายสู่การจัดทำ สัญญาซื้อขาย เมล็ดยาง ในอนาคต เบื้องต้นกำหนดปริมาณซื้อขายประมาณ 300,000 ตันต่อปีหรือมากกว่า
ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันกำหนดคุณสมบัติและมาตรฐานของเมล็ดยางพารา เจรจาราคาที่เป็นธรรมตามเกณฑ์สากล รวมถึงวางแผนการส่งมอบและรูปแบบการชำระเงินที่เหมาะสม ซึ่งตั้งเป้าซื้อขายอย่างเป็นทางการภายในปี 2568 โดยความร่วมมือในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับยางพาราไทย แต่ยังเป็นการร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนสังคมสีเขียว และสร้างความยั่งยืนให้กับโลกอีกด้วย
“การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ กยท. ในการขยายตลาดเมล็ดยางพาราไทยสู่ประเทศญี่ปุ่น และเป็นการวางรากฐานความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐไทยและภาคเอกชนญี่ปุ่น ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมยางพาราไทยในเวทีโลกต่อไป”

รายงานข่าวจากวงการสวนยางพารา กล่าวว่า ขณะนี้ราคาเมล็ดยางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก อยู่ที่ราคา 10-13 บาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) จากปกติราคาอยู่ที่ 3-5 บาท/ก.ก.เนื่องจากความต้องการเพิ่มขึ้น ทั้งจากการนำไปเพาะพันธุ์เพื่อปลูกทดแทนตามนโยบายของกยท. และส่วนหนึ่งเกิดจากขณะนี้ต่างประเทศ ให้ความสนใจในการแปรรูปเมล็ดยางพาราเป็นน้ำมันเพื่อใช้ในเครื่องบิน
ซึ่ง กยท. วิจัยร่วมกับ บริษัทNomura Jimusho, Inc ของญี่ปุ่น ในการนำเมล็ดยางพาราไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบชีวมวล สำหรับใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ไม่มีมลพิษรักษาสภาพแวดล้อม ถือเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ที่จะปรับความสมดุลทางระบบนิเวศในระยะยาว