ในสัปดาห์วันงดสูบบุหรี่โลกปี 2568 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เปิดตัว “นิทรรศการ Design Hero : Innovator x บุหรี่ไฟฟ้า” ภายใต้โครงการสื่อสร้างสรรค์และกิจกรรมเพื่อการรณรงค์รู้เท่าทันสื่อ เท่าทันสุขภาพ เพื่อรู้เท่าทันพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 โดยนำเสนอผลงานสร้างสรรค์จากโครงการ Design Hero ที่รวมพลังเยาวชนทั่วประเทศร่วมกันผลิตสื่อเพื่อรณรงค์รู้เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า

ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการ สสส. เน้นย้ำว่า นิทรรศการนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้าง “นักสื่อสารสุขภาพ” ที่จะร่วมรณรงค์ปกป้องเยาวชนด้วยกัน โดยผลงานที่ได้รับรางวัล 15 ชิ้น จะจัดแสดงต่อเนื่องถึงวันที่ 8 มิถุนายน ก่อนจะนำไปจัดแสดงตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ
ถอดรหัสพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า
จากเวทีเสวนา “รู้เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กและเยาวชนไทย” โดยภาคีเครือข่ายและ สสส. ได้มีการเปิดเผยข้อมูลอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างละเอียด เริ่มจาก ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ จากศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ชี้ให้เห็นว่า คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกขององค์การอนามัยโลกในปี 2566 คือ “บุหรี่ไฟฟ้าอันตราย” และ “หยุดโกหกได้แล้ว” ในปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทบุหรี่ไฟฟ้ายังคงบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตนเอง เป็นที่มาของคำขวัญในปี 2568 ที่ว่า “กระชากหน้ากากธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้า” เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเสพติดจนถึงชีวิต
ศ.พญ.สุวรรณา ยังได้สรุป “7 วินาทีเปลี่ยนชีวิต” ซึ่งเป็นอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ นิโคตินสังเคราะห์ที่ออกฤทธิ์เสพติดสูงกว่ายาบ้าและเฮโรอีนเข้าสู่สมองภายใน 7 วินาที นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดโรคหัวใจ ระบบทางเดินหายใจ, ปอดอักเสบ, โรคหลอดเลือดสมองตีบ/ตัน/แตก
โดยเฉพาะในเด็ก สมองจะพัฒนาช้าลง ส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ การแก้ปัญหา การคิด การพูด และความจำ นอกจากนี้ งานวิจัยยังเผยว่า ผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้ามีผลการเรียนแย่ลง 3-4 เท่า มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น และเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติถึง 2.2 เท่า รวมถึงเสี่ยงปอดอักเสบรุนแรง และโรคอ้วน

‘ตาสับปะรด ตาวิเศษ’ พลังเล็กๆ ของเยาวชน
ดร.เกศี จันทราประภาวัฒน์ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า กรุงเทพฯ มีอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงสุดในเด็กนักเรียน โดยโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ได้ดำเนินมาตรการเข้มงวด ทั้งการสุ่มตรวจกระเป๋า การเก็บอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า และมีโครงการ “เพื่อนช่วยเพื่อน” รวมถึง “ประธานสภานักเรียน” คอยสอดส่องพฤติกรรมเสี่ยง นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้นักเรียนสร้างสื่อสร้างสรรค์เพื่อรณรงค์เลิกสูบบุหรี่
น้องๆ นักเรียนสามารถมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ตาสับปะรด ตาวิเศษ” แจ้งครูหากพบเห็นเพื่อนมีพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อร่วมกันปกป้องสุขภาพและอนาคตของเยาวชนไทย
กลยุทธ์การตลาดแยบยล มาตรการสกัดกั้นไม่เพียงพอ
ด้าน ญาณี รัชต์บริรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11 สสส.) ย้ำถึงอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าที่แทรกซึมเข้าสู่ชีวิตประจำวันของเด็กและวัยรุ่นผ่านกลยุทธ์การตลาดที่แยบยล ทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ดูเป็นมิตร การใช้อินฟลูเอนเซอร์ และการขายออนไลน์ที่เลี่ยงคำว่าบุหรี่ไฟฟ้า
แม้จะมีกฎหมายควบคุม แต่ยังคงมีผู้กระทำผิดจำนวนมาก ทำให้กระทรวงดิจิทัลฯ รวมถึง กสทช., ตำรวจไซเบอร์ และกรมศุลกากร ต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วนในการสกัดกั้นและควบคุมการลักลอบนำเข้าเพื่อลดการเข้าถึงในกลุ่มเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ เยาวชนต้องลุกขึ้นมาเป็น “Active Citizen” ที่รู้เท่าทันสื่อ และร่วมกันแจ้งเบาะแสเพื่อความปลอดภัยในสังคม

บนเวทีชวนคิดชวนคุยรู้เท่าทันพิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า ยังมีแง่คิดดีๆ จากติ๊กต๊อกเกอร์คนดังอย่าง บิ๊กกี้ แครี่ และเยาวชนตัวแทนทีมที่ชนะเลิศในโครงการ Design Hero 2024 มาเล่าถึงเบื้องหลังวิธีคิดก่อนจะออกมาเป็นไอเดียสร้างสรรค์ผลงานจนคว้ารางวัล “The Best of T-Shirt Design”
นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ประสานพลังกันอย่างเข้มแข็งเพราะสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนไทยเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม โรงเรียน ผู้ปกครอง และตัวเยาวชนเอง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องอนาคตของชาติภัยร้ายนี้
