ปัญหาสุขภาพจิตของคนไทยยังคงน่าเป็นห่วง รายงานสุขภาพคนไทยปี 2568 ชี้ว่า กว่า 13 ล้านคนเคยประสบปัญหาด้านจิตเวช และมากกว่า 1 ใน 5 คนเคยเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมถึงในทุกปีมีผู้พยายามฆ่าตัวตายกว่า 30,000 คน

โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี พบสัดส่วนการพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อย่างไรก็ตาม หากเทียบอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จกลับพบว่าสูงกว่าในเพศชายถึง 4 เท่า ขณะเดียวกันในกลุ่มผู้สูงอายุ ก็มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากถึง 5,000 คนต่อปี

นอกจากนี้ ภาวะซึมเศร้ายังพบมากที่สุดในกลุ่มเยาวชนอายุ 18-24 ปี หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือรูปแบบการเลี้ยงดู ที่แม้พ่อแม่จะตั้งใจผลักดันให้ลูกทำได้ดีกว่าเดิม แต่สิ่งที่เด็กมักได้ยินคือคำว่า ‘ยังไม่ดีพอ’ จนก่อให้เกิด Psychic Debris หรือ ‘เศษซากจิตใจ’ ที่สะสมอยู่ภายใน หากไม่ได้รับการบำบัด อาจนำไปสู่การระเบิดทางอารมณ์หรือการฆ่าตัวตายในที่สุด

เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย สุขภาวะทางปัญญา’ (Spiritual Health) ผ่านการสร้างความเข้าใจ ยอมรับคุณค่าของตนเอง และมองเห็นความทุกข์ของผู้อื่น พร้อมทั้งเชื่อมโยงกับพลัง ‘จิตอาสา’ เพื่อปลูกฝังภูมิคุ้มกันทางใจให้กับสังคมไทย

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส. อธิบายว่า การช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป แต่ทำได้ด้วยแรงกาย แรงใจ สติปัญญา หรือแม้แต่คำพูดที่ให้กำลังใจ สิ่งเหล่านี้คือการส่งต่อความดี ที่จะสร้างสังคมแห่งความเอื้ออาทรและความยั่งยืนได้จริง

ที่ผ่านมา สสส. มุ่งขับเคลื่อนแนวคิด ‘สุขภาวะทางปัญญา’ โดยชวนให้ผู้คนมองออกไปนอกตัวเอง เห็นความทุกข์ของผู้อื่น และลุกขึ้นมาช่วยเหลือ นำไปสู่การทำงานเพื่อส่วนรวม ซึ่งสอดคล้องกับ “จิตอาสา” หนึ่งในเทรนด์หลักของ Sustrends 2569 ทั้งนี้ ศ.นพ.ประเวศ วะสี เคยกล่าวว่า ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่จะงอกงามเมื่อถึงเวลา และปุ๋ยที่ดีที่สุดคือการมองเห็นความทุกข์ของผู้อื่น แล้วลงมือช่วยเหลือ ไม่ใช่เพียงโทษหรือตามหาคนผิด

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการ สสส.

นพ.พงศ์เทพ ย้ำว่า การสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเริ่มจากการยอมรับว่าตนเองมีคุณค่า สำคัญต่อคนรอบข้าง และไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบเสมอไป สิ่งนี้เปรียบเสมือน ‘วัคซีนทางจิตใจ’ ที่ช่วยไม่ให้คำวิจารณ์ภายนอกมาทำลายคุณค่าในตัวเรา และคือหัวใจของการมีสุขภาวะทางปัญญา

อีกทั้ง สสส. ยังจัดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านสุขภาวะทางปัญญาและจิตอาสา พร้อมสื่อสารผ่านอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อชวนให้สังคมไทยค้นพบว่าตนเองมีคุณค่าอย่างไรต่อผู้อื่นและโลกใบนี้ เมื่อคนจำนวนมากลุกขึ้นมาทำงานเพื่อผู้อื่น สังคมไทยก็จะก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ด้วยความเอื้ออาทร และความสุขจากการได้เห็นคนรอบข้างมีความสุข

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน