ราชบุรี ร้านค้า แจงเหตุไม่อยากเข้า โครงการคนละครึ่ง ระบบการสมัครยาก แม่ค้าผวา เจอปัญหาลูกค้า ซื้อสินค้า แจ้งโอนเข้าระบบ แต่ไม่กดโอนเข้าบัญชี สูญเงินหลายร้อย เฟส 2 เมินเข้าร่วม รบ.
20 พ.ย. 68 – ที่บริเวณหน้าวัดท่าหลวงพล ต.ท่าชุมพล อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ร้านค้าหลายแห่ง ยังไม่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งของรัฐบาล ที่มีโครงการดังกล่าวสนับสนุนเงินให้กับประชาชนและร้านค้าต่างๆ ช่วยเหลือค่าครองชีพได้ใช้มาแล้วในเฟสแรกตามเงื่อนไข เริ่มจ่ายวันแรกวันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
จากการสำรวจร้านค้าหลายแห่ง ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ มาจากสาเหตุหลายประการ เช่น เข้าระบบไม่ทันเนื่องจากระยะเวลาการสมัครน้อยเกินไป และการไม่เข้าใจในการทำรายการที่อาจจะยุ่งยากหลายขั้นตอน ทำให้พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
ขณะที่บางร้านหวาดผวากับระบบการโอนเงิน กลัวลูกค้าคิดโกงไม่โอนเข้าระบบ ต้องทำงานขายของเหนื่อยฟรีและขาดทุน หากมีเฟสที่ 2 เกิดขึ้นจริงในใจยังรู้สึกกลัวที่อาจจะถูกมิจฉาชีพหลอกซ้ำเติมกับอาชีพที่หาเช้ากินค่ำ รายได้ไม่แน่นอน
นางสมปอง โตพารา อายุ 58 ปี แม่ค้าขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ กล่าวว่า ที่ร้านไม่ได้ร่วมโครงการคนละครึ่งเพราะทำไม่เป็น อีกอย่างคือ เป็นเรื่องยุ่งยากในการลงทะเบียน ปัญหาอีกอย่างคือ ไม่เก่งการใช้โซเชียล เคยใช้แต่การโทรเข้าโทรออก ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ด้วยความที่ไม่เก่งก็เลยไม่อยากศึกษาเรื่องนี้ คงต้องให้ลูกหลานมาช่วย
สำหรับที่ร้านขายมานานได้ 4 ปี ซึ่งยังไม่มีชาวบ้านมาสอบถามถือโครงการคนละครึ่ง อาจจะเป็นที่ร้านไม่ได้ติดป้ายโครงการไว้ ถ้าร้านที่เข้าร่วมก็จะติดป้ายให้ลูกค้าเห็นชัดเจน โดยที่ร้านจะเปิดขายตั้งแต่เช้ามืด ตี 5 ถึง 8 โมงเช้า ขายน้ำเต้าหูถุงละ 5 บาท มีทั้งแบบใส่เครื่องและไม่ใส่เครื่อง ปาท่องโก๋ขาย 8 ตัว 10 บาท ขายหมดทุกวัน ยิ่งช่วงอากาศเย็น ๆ จะยิ่งขายดีหมดไว แต่ละวันหักเงินลงทุนหมดแล้วคงเหลือกำไรการขายวันละ 300 บาท
ส่วน นางน้ำอ้อย สวนธนู อายุ 53 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้น กล่าวว่า ที่ร้านไม่ได้ร่วมโครงการคนละครึ่ง เพราะทำไม่ค่อยทันลูกค้า และตัวเราก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องโทรศัพท์ เวลาลูกค้าโอนเข้าในมือถือก็จะดูไม่ค่อยเป็นว่าโอนเข้าในระบบมือถือของเราหรือยัง เคยถูกลูกค้าหลอกโอนเงินให้แต่กลับไม่กดโอนเงิน ถูกหลอกเป็นเงินเกือบ 200 บาท ลูกค้ามาที่ร้าน 2 ครั้ง
โดยครั้งที่ 2 ต้องตั้งสตินำโทรศัพท์มาไว้ใกล้ตัว พอลูกค้าเข้าใกล้เพื่อสแกนที่หน้าแผ่นกระดาษการโอนเงินที่ติดไว้หน้าร้านจะทำให้เสียงโทรศัพท์ดังก็จะหยิบมาดูครั้งนั้นมองเห็นทันเป็นเงิน 70 กว่าบาท แต่พอมาครั้งที่ 2 เป็นเงินเกือบ 200 บาท ตัวเองมองไม่ทัน และก็ยังไม่กล้าพูดออกไป ถ้าไปทวงคืนกลัวเขาจะใช้คำพูดกับเราไม่ดี รู้จักหน้าเขาดี เพราะได้มาเยี่ยมหาญาติอยู่ในพื้นที่นี้ ถ้ารัฐบาลมีโครงการเฟส 2 มาอีก ในใจไม่อยากร่วม มีความกลัวว่าจะไม่ได้เงิน ทั้งที่ทำงานด้วยความเหนื่อย
สำหรับร้านค้าขายลูกชิ้นรายนี้ ได้ใช้วิธีการแก้ไขปัญหามิจฉาชีพหลอกโอนเงินแล้วไม่กดโอน โดยการตั้งระบบเสียงแจ้งเตือนการโอนเงินให้มีเสียงดังมากขึ้น เมื่อลูกค้าสแกนจ่ายเงิน ก็จะมีเสียงดังขึ้นทันที ทำให้รู้ว่า ได้โอนเงินเข้าระบบมือถือแล้ว ซึ่งเป็นการป้องกันช่วยทำให้ไม่สูญเงินซ้ำอีก