เปิดใจกู้ภัยอุดรสว่างเมธาธรรม ภารกิจเดินทางไกล 1,515 กม. ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยคลิปนาทีช่วยน้องหมูถูกน้ำท่วมมาได้ ตั้งชื่อให้ “เจ้าบุญรอด” สู้ชีวิตคาบเชือกลอยคอน้ำท่วมมา 5 วัน กู้ภัยพร้อมนำกลับมาเลี้ยงที่บ้านอุดรด้วย สัญญาไม่เอาเข้าโรงเชือดแน่นอน

วันที่ 1 ธ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประสบภัยน้ำท่วมเป็นวงกว้าง หน่วยงานต่างๆได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันกลุ่มกู้ภัยจิตอาสาจากจ.อุดรธานี ซึ่งเป็นอาสาสมัครกู้ภัยก็ได้เดินทางลงพื้นที่ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับทราบข่าวน้ำท่วมใหญ่ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยจนระดับน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว

ล่าสุดวันนี้ อาสากู้ภัยจิตอาสาชาวอุดรธานีกลุ่มนี้เดินทางกลับถึงจ.อุดรธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากปฏิบัติหน้าที่เสร็จสิ้น แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มามือเปล่า พวกเขายังได้นำลูกหมูตัวหนึ่งขึ้นท้ายกระบะรถกู้ภัยกลับมาด้วย ซึ่งเป็นหมูหนุ่มเพศผู้ที่ถูกกระแสน้ำพัดมาจากที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และติดค้างอยู่ระหว่างการช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วม

โดยมีคลิปที่กู้ภัยและชาวบ้านถ่ายเอาไว้ขณะหมูตัวนี้สู้ชีวิตสุดๆ ลอยคอมากับน้ำจะจมแหล่ไม่จมแหล่ แต่คาบเชือกลอยน้ำท่วมมาก่อนทีมกู้ภัยเข้าไปช่วยรอดจมน้ำได้อย่างหวุดหวิด ภารกิจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของจิตอาสาจากแดนอีสาน ที่พร้อมเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ในยามเดือดร้อนอย่างไม่ลังเล ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์เลี้ยง

นายสายชล คุ้มทรัพย์ อายุ 51 ปี และ นายชัยสิทธิ์ เล็งไธสงค์ อายุ 44 ปี อาสากู้ภัยจิตอาสามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม เปิดเผยว่า เราเดินทางไปเพื่อปฏิบัติการภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อ.หาดใหญ่ หลังจากเห็นข่าวและภาพความเสียหายในหลายชุมชน ยิ่งทำให้ตัดสินใจเดินทางจากอุดรธานีไปหาดใหญ่ทันที ใช้เวลาเดินทางรวม 2 คืน 1 วันระยะทางกว่า 1,515 กม. กว่าจะถึงพื้นที่ภัยพิบัติ โดยถึงจุดหมายในเวลาตี 3 รีบนำเจ็ตสกีลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทีมเพื่อนจากจ.อุบลราชธานี ทันทีโดยไม่ลังเล แม้ขณะนั้นฝนจะตกหนักทั้งวันก็ตาม

ภารกิจแรกคือการนำผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูงไปยังศูนย์อพยพ ซึ่งระดับน้ำในบางจุดลึกกว่า 2 เมตร และมีสิ่งกีดขวางจำนวนมาก ทั้งขยะ เศษไม้ เครื่องนอน ที่ลอยเข้ามาติดใบพัดและกระแทกเรือเป็นระยะ อย่างไรก็ตามทีมกู้ภัยคนอื่นจากทั่วประเทศยังคงปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องจนสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เป็นจำนวนมาก

หนึ่งในเหตุการณ์ที่ประทับใจที่สุดคือการช่วยชีวิตหมูหนุ่มเพศผู้ตัวหนึ่ง ซึ่งต่อมาตั้งชื่อให้ว่า “บุญรอด” ขณะทีมงานเข้าไปช่วยประชาชนในพื้นที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในอ.หาดใหญ่ ชาวบ้านขอให้ช่วยนำหมูติดกรงเหล็กที่ครอบศาลพระภูมิออกมาด้วย เนื่องจากหมูตัวนี้ติดอยู่ตรงจุดนั้นนานราว 5 วัน ท่ามกลางน้ำท่วมสูงและน้ำไหลเชี่ยว เมื่อระดับน้ำลดลงทีมงานจึงเข้าไปช่วยพาหมูออกมาได้อย่างปลอดภัย และพบว่าไม่มีใครแสดงความเป็นเจ้าของ คาดว่าหมูตัวนี้จะถูกน้ำพัดลอยมาจากพื้นที่อื่น ชาวบ้านจึงขอให้ทีมกู้ภัยอุดรฯรับไปเลี้ยงด้วยเนื่องจากไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ ทำให้ต้องนำหมูกลับมายังจ.อุดรธานี

กู้ภัยทั้งสองท่าน บอกอีกว่า หลังปฏิบัติภารกิจและเดินทางกลับ ยังพบอุปสรรคระหว่างทาง เช่น ล้อเรือหลุดเสียหาย แต่ก็แก้ไขจนเดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย ภารกิจครั้งนี้ทำให้รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนชาวอุดรธานีลงไปช่วยพี่น้องภาคใต้ และยืนยันว่าไม่ว่าที่ไหน หากมีคนเดือดร้อน พวกเขาพร้อมลงพื้นที่ช่วยเหลือเสมอ ส่วนเจ้าบุญรอด หมูหนุ่มที่รอดจากน้ำท่วมเป็นของใคร สามารถติดต่อรับคืนได้ทันที แต่หากไม่มีใครรับคืนก็จะเลี้ยงเอาไว้จนหมูชราภาพตามอายุไปเอง โดยจะหาสถานที่เอาไว้เลี้ยง อาจจะที่วัดในอ.กุดจับ หรือบ้านสวนที่ อ.สร้างคอม สัญญาจะไม่เอาไปฆ่าหรือเข้าโรงเชือดแต่อย่างใด เพราะเห็นใจหมูตัวนี้รอดตายมาได้ไม่อยากจะไปซ้ำเติมเขาอีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน