นครราชสีมา หน.อช.ทับลาน ชี้ เสือโคร่งวัยรุ่น บนเขาสลัดได ไม่ใช่ “เพียรพร” เกิดครอกเดียวกัน ไม่ชี้ชัด กลับเข้าป่าลึกหรือยัง จนท.ผลักดันเข้าป่า เฝ้าระวังป้องกัน “คนทำร้ายสัตว์ สัตว์ทำร้ายคน”

8 ธ.ค. 68 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนักท่องเที่ยวพบ เสือโคร่ง เดินอยู่บริเวณจุดชมวิวหน้าผา “ผารักษ์สลัดได” และถนนทางขึ้นเขาสลัดได บ้านพุทธชาติ ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเช้าวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และได้ถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้

ก่อนแจ้งให้อุทยานแห่งชาติทับลาน กับฝ่ายปกครอง อำเภอวังน้ำเขียว ได้รับทราบ เพื่อเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งต่อมา นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่ที่มีความชำนาญ เข้าไปตรวจสอบ พร้อมกับสแตนด์บายเฝ้าระวังและผลักดัน บนเขาสลัดได

โดยบูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหาร ประจำสถานีเรดาห์ เขาสลัดได กองทัพอากาศ วังน้ำเขียว ที่พร้อมให้การสนับสนุนช่วยเหลืออีกทาง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน-นักท่องเที่ยวและตัวเสือโคร่งเอง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ถามความคืบหน้า นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเปิดเผยว่า เสือโคร่งตัวที่พบล่าสุดนี้ เป็นเสือโคร่งวัยรุ่นเพศผู้ ครอกเดียวกับเสือโคร่งเพศเมียอีก 2 ตัว ชื่อ “เพียรพร” กับ “จันทรา” ที่เกิดจากพ่อเสือโคร่งตัวเดียวกันและแม่เสือโคร่ง รหัส TLT-106F (Thap Lan Tiger-106 Female)

โดย “เพียรพร” กับ “จันทรา” จะติดปลอกคอ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ดักจับเพื่อทำการสำรวจประชากรและทำการศึกษาวิจัยพฤติกรรม ดังนั้น เสือโคร่งที่พบล่าสุดบนเขาสลัดได จึงไม่ใช่ตัวเดียวกันกับ “เพียรพร” ตามที่หลายคนเข้าใจ

ซึ่งตอนนี้ เจ้าหน้าที่ฯ ยังชี้ชัดไม่ได้ว่า เสือโคร่งตัวดังกล่าวนี้ กลับเข้าป่าที่ลึกไปแล้วหรือยัง เนื่องจากยังไม่พบร่องรอยเพิ่มเติม และบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้อง AI ไว้ตรวจจับความเคลื่อนไหว

แต่บริเวณที่พบก็ไม่เหมาะจะเป็นถิ่นอาศัยของเสือโคร่ง เพราะไม่มีเหยื่อให้จับกิน ไม่เหมือนกับทุ่งหญ้าที่อยู่ลึกๆ เข้าไปในป่า จึงวางกำลังเจ้าหน้าที่ ให้เฝ้าระวังและคอยผลักดันกลับเข้าป่าที่ลึกกว่านี้เพราะ ไม่อยากให้เสือโคร่งมาอยู่ชายขอบใกล้กับชุมชนมากนัก

เพราะยังเป็นเสือเด็กที่เริ่มจะโตเป็นวัยรุ่น ยังไม่ได้เรียนรู้ความอันตรายของมนุษย์ เมื่อเห็นคนเข้าไปใกล้ จึงอาจจะทำร้าย เพราะคิดว่าเป็นเหยื่อ จึงต้องสกัดเอาไว้ เพื่อความปลอดภัยทั้งคนและเสือโคร่ง

ซึ่งจุดที่พบเสือโคร่งจะอยู่บริเวณไหล่เขา นอกเขตอุทยานแห่งชาติทับลานมาเล็กน้อย การจะสั่งปิดไม่ให้ขึ้นเขาสลัดไดชั่วคราว จึงไม่ใช่อำนาจของอุทยานฯ ทับลาน แต่จะเป็นอำนาจของสถานีเรดาห์ กองทัพอากาศ และชุมชน แต่ถ้าพูดถึงกฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่า ทางอุทยานฯ ก็ต้องดูแลทั้งหมด ไม่ว่าสัตว์ป่าจะไปปรากฏตัวที่ไหน ก็ต้องตามดูแล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา “คนทำร้ายสัตว์ สัตว์ทำร้ายคน”

ส่วนร่องรอยต่างๆ หลังจากเฝ้าระวัง เจ้าหน้าที่ ยังไม่พบตัวเสือจังๆ และตนได้ขึ้นไปตรวจสอบด้วยตนเอง พบเพียงซากงูเหลือมตายอยู่ริมทาง ซึ่งไม่แน่ชัดว่า ตายเพราะสาเหตุใด แต่กลิ่นซากที่เหม็นรุนแรง อาจจะทำให้เสือโคร่งยังคนป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ นำซากไปทิ้งในป่าลึกๆ จะได้ไม่ดึงดูดเสือโคร่งให้ออกมาบริเวณดังกล่าวนี้อีก

ซึ่งวันนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ เวียนขึ้นไปดูจุดที่ทิ้งซากงูด้วย ว่าพบร่องรอยอะไรเพิ่มหรือไม่ ส่วนการเฝ้าระวัง ตนได้เรียนแจ้งไปยังหัวหน้าสถานีเรดาห์ฯ ในเบื้องต้นแล้ว ว่า อาจจะเฝ้าระวังต่ออีกประมาณ 2-3 วัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับดุลพินิจของหัวหน้าสถานีเรดาห์ฯ ว่า จะให้ดำเนินต่ออย่างไร เพราะหลังจากข่าวมีเสือโคร่งบนเขาสลัดได ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะขึ้นไปดู

ซึ่งทางสถานีเรดาห์ฯ อาจจะเกรงว่าไม่ปลอดภัย โดยอาจจะสั่งปิดเขาสลัดไดเป็นการชั่วคราวสักช่วงหนึ่งก่อนเพื่อให้แน่ใจ และทราบมาว่า ทางสถานีฯ มีโปรเจ็กต์จะติดตั้งกล้อง AI ด้วย ซึ่งน่าจะช่วยสอดส่องได้อีกทาง

แต่ก็อยากจะชี้แจงว่า วังน้ำเขียวเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า จึงพบเสือโคร่งบ่อย เพราะมีเสือโคร่งชุกชุม แม้ว่า ความเจริญจะขยายตัวมาถึง แต่ที่นี่ก็คือบ้านของสัตว์ป่าเช่นกัน จึงอยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจและเห็นใจสัตว์ป่าด้วย”

ในขณะที่ “สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่” ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเสือโคร่งตัวนี้ผ่านทางเพจเฟสบุ๊กว่า เสือโคร่งผาสลัดได “วัยรุ่นสร้างตัว” การปรากฏตัวของเสือโคร่งต่อหน้านักท่องเที่ยวบริเวณผารักษ์สลัดได อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา นำไปสู่การเผยแพร่ในสื่อโซเชียลแทบทุกช่องทาง

ทำให้ FC เสือโคร่งอยากรู้ความเป็นมาของเสือโคร่งตัวดังกล่าวนี้ สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มีการศึกษาพฤติกรรมและการดำรงชีวิตตามธรรมชาติของเสือโคร่งที่มีถิ่นอาศัยอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติทับลาน

กระทั่งในช่วงปลายปี 2566 ได้พบว่า เสือโคร่งเพศเมีย TLT-106F พร้อมลูกน้อย 4 ตัว (เพศเมีย3, เพศผู้ 1) เดินผ่านกล้องดักถ่าย ซึ่งเพศผู้หนึ่งเดียวของครอกนี้ในวันนั้น ก็คือ เสือวัยรุ่นผารักษ์สลัดไดที่เป็นข่าวในวันนี้ ในเวลาต่อมา ลูกเสือโคร่งเพศเมียครอกนั้น 2 ตัว ได้แก่ เพียรพร และ จันทรา ได้สวมปลอกคอวิทยุดาวเทียม เพื่อศึกษาพฤติกรรมการแสวงหาพื้นที่ครอบครอง รวมถึงขนาดพื้นที่หากินในผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่

โดยข้อมูลการเคลื่อนที่ของ “เพียรพร” ที่ติดตามผ่านระบบดาวเทียม ได้แสดงให้เห็นว่า มันเริ่มมีพฤติกรรมการเดินทางออกจากพื้นที่หากินเดิมของแม่ ตั้งแต่กันยายนที่ผ่านมา และรูปแบบการเคลื่อนที่ยังคงเป็นการพเนจรเรื่อยๆ ไปยังป่าต่างๆ ของกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ รวมถึง ป่าแนวชายขอบที่ไม่ห่างจากชุมชน ซึ่งพฤติกรรมการเคลื่อนที่เข้าใกล้ชุมชน ล่าสุดเมื่อ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นความตื่นเต้นล่าสุดของทีมวิจัยฯดงพญาเย็น-เขาใหญ่

การปรากฏตัวของเสือโคร่งที่ผารักษ์สลัดไดครั้งนี้นั้น ก็สอดคล้องพฤติกรรมการเคลื่อนที่เพื่อแสวงหาพื้นที่ครอบครองของ “เพียรพร” พี่น้องร่วมครอก ที่ในบางครั้งก็แวะเวียนเข้าใกล้แหล่งชุมชน หรือสังคมมนุษย์ ซึ่งเป็นการเรียนรู้พื้นที่

รวมถึง สั่งสมประสบการณ์เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต ให้สามารถอยู่รอดจนถึงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งในยุคปัจจุบัน พื้นที่อนุรักษ์มักรายล้อมด้วยชุมชนและกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่มีผลต่อการอยู่รอดและอยู่ร่วมของเสือโคร่งวัยรุ่น จนผ่านเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

ดังนั้น “ความเข้าใจที่ถูกต้อง” ของชุมชนและคนทั่วไปเกี่ยวกับพฤติกรรมเสือโคร่งวัยรุ่น จึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อเพิ่มโอกาสในการอยู่รอดของเสือโคร่งไทย ซึ่งนำไปสู่การสร้างความสมดุลของระบบนิเวศป่าไม้ของผืนป่าไทย”

ขอบคุณภาพ จาก เพจเฟสบุ๊ก “สถานีวิจัยสัตว์ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน